หน้าแรก เศรษฐกิจ เอกชนหวั่นการ...

เอกชนหวั่นการเมืองบานปลายคล้าย 6 ต.ค.-ฉุดเศรษฐกิจปีนี้ดับ

8.04.19 | 17:30 น.

ว่าที่ ร.อ.จิตร์ ศิรธรานนท์ รองประธานหอการค้าไทย และประธานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ภาคกลาง หอการค้าไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้เอกชนกำลังรอดูการจัดตั้งรัฐบาลว่าสรุปอย่างไร ซึ่งส่งผลให้การลงทุนขนาดใหญ่ชะลอเพราะต้องรอดูผลการจัดตั้งรัฐบาล สิ่งกำลังรอดูว่าคือหลังการเลือกตั้งจะเกิดเหตุวุ่นวายหรือไม่ เพราะเหตุการณ์ในขณะนี้ซึ่งแบ่งฝ่ายเป็นประชาธิปไตย กับไม่เป็นประชาธิปไตย ทำให้มองว่าอาจจะเกิดเหตุวุ่นวายคล้ายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อ 6 ตุลาคม 2519 ถ้าเกิดเหตุวุ่นวายขึ้นทุกอย่างก็จบ

“ขณะนี้นักลงทุนคงรอดูการจัดตั้งรัฐบาล รวมถึงดูว่ารัฐบาลจะมีเสียงในมือเท่าไหร่ ถ้ามีเสียงในมือน้อยจะกระทบต่อเสถียรภาพรัฐบาล ทำให้บรรยากาศที่เกิดขึ้นในไทยช่วงนี้ยังไม่น่าลงทุนนัก นอกจากนี้นักลงทุนกำลังรอดูนโยบายด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดใหม่ เพราะเท่าที่ดูนโยบายหาเสียงของพรรคการเมืองยังไม่มีพรรคไหนที่ชูประเด็นบิ๊กไอเดีย หรือนโยบายใหญ่จะขับเคลื่อนประเทศ เช่น การผลักดันให้ไทยเป็นไบโอเทคโนโลยี”ว่าที่ร.อ.จิตร์ กล่าว

ว่าที่ ร.อ.จิตร์ กล่าวต่อว่า ในปีนี้เศรษฐกิจคงแย่กว่าปีที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย คาดว่าปีนี้จะโต 3.8% ลดจากเดิมคาดว่าจะโต 4-4.5% ที่ผ่านการการลงทุนขนาดใหญ่ของเอกชนยังไม่เกิดส่วนหนึ่งมาจากข้อกังงล ม.44 รวมถึงกฎหมายเป็นอุปสรรคการลงทุนยังไม่มีการปรับแก้ไข เช่น พ.ร.บ.ตั้งแต่สมัย ร. 5 ยังมีอยู่ถึง 600 ฉบับก่อนคสช.เข้ามา และภายหลังคสช.เข้ามามีการออกฎหมายอีก 600 ฉบับ รวมถึงมีการออกกฎระเบียบต่างๆ เมื่อรวมกับกฎหมายในอดีตส่งผลให้ไทยมีกฎหมายบังคับกว่า 1 แสนฉบับ ถ้ารัฐบาลให้เข้ามาและทำกิโยตินกฎหมายดังกล่าวจะช่วยทำให้เอกชนทำธุรกิจได้สะดวกขึ้น ส่งผลดีต่อจีดีพีอาจโตแบบก้าวกระโดด สำหรับหน้าตาทีมเศรษฐกิจ คนที่จะมาเป็นรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจต้องมีความรู้อยู่บ้าง แต่สิ่งสำคัญคือเร่งแก้ไขกฎระเบียบที่ยังเป็นอุปสรรคของการดำเนินธุรกิจเอกชน

เกาะกระแสเศรษฐกิจ กับ Line@มติชนเศรษฐกิจใกล้ตัว

Advertisement

เพิ่มเพื่อน