หน้าแรก เศรษฐกิจ คนกลัวร้อน-ฝุ...

คนกลัวร้อน-ฝุ่นพิษ หันจัดสังสรรค์ในบ้าน “บิ๊กตู่”ครองใจอยากรดน้ำด้วย

9.04.19 | 14:52 น.

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2562 จากการสำรวจประชาชนทั่วประเทศ 1,202 ราย ระหว่างวันที่ 27 มีนาคมถึง 5 เมษายน 2562 พบว่า ประชาชน 44.3% ระบุว่าบรรยากาศสงกรานต์ปีนี้จะยังสนุกสนานเหมือนเดิม อีก 36.2% ระบุไม่สนุกสนานเท่าเดิมถึงน้อยลง เพียง 19.5% ระบุว่าสนุกสนานมากกว่าปีก่อน และประชาชนส่วนใหญ่ 54.6% ระบุซื้อของจำนวนเท่าเดิม และ 53.4% ใช้จ่ายเท่าเดิม ส่วนอีก 18% ระบุใช้จ่ายลดลง เพราะมีหนี้สินเพิ่ม รายได้ลด และของแพงขึ้น ขณะที่ 28.6% ระบุใช้จ่ายเพิ่มเพราะสินค้าและบริการแพงขึ้น และวันหยุดยาวติดกันหลายวัน

นายธนวรรธน์ กล่าวว่า นอกจากนี้ประชาชน 64.6% ระบุว่าได้วางแผนเดินทางไว้แล้ว ซึ่งเป็นตัวเลขที่ต่ำสุดในรอบ 4 ปี ขณะที่อีก 25.8% ระบุพักผ่อนอยู่บ้านเฉยๆ และ 9.6% ไม่มีการวางแผนไปท่องเที่ยว โดยกิจกรรมที่ประชาชนจะทำให้ช่วงสงกรานต์ปีนี้แตกต่างจากปีก่อนมาก ซึ่งในกลุ่มสำรวจพบว่าระบุว่าจะสังสรรค์/จัดเลี้ยงเพิ่ม จากปีก่อนตอบไว้ 38.4% เป็น 66% พักผ่อนอยู่บ้านเฉยๆจาก 15.4% เป็น 25.7% ขณะที่ลดกิจกรรมในเรื่องทำบุญ ไหว้พระ เล่นสงกรานต์ เที่ยวสถานบันเทิง และท่องเที่ยว สาเหตุและความกังวลมากที่สุดในสงกรานต์ปีนี้ คือ อากาศร้อน ปัญหาฝุ่นละออง การลวนลาม/ละเมิดทางเพศ และจราจรติดขัด อักทั้งสังเกตพบว่าปีนี้ สัดส่วนประชาชนระบุซื้อสุรา สินค้าฟุ่มเฟื่อย สินค้าคงทน และอาหารจัดเลี้ยง สูงขึ้นมากและทำสถิติกลับมาใช้จ่ายส่วนนนี้เพิ่มในรอบ 4 ปี สอดคล้องคนไม่เดินทาง และสังสรรค์ในบ้านแทน

นายธนวรรธน์ กล่าวว่า สำหรับกลุ่มมีแผนท่องเที่ยวสงกรานต์ แยกเป็น12.8% เที่ยวต่างประเทศ อาทิ ญี่ปุ่น สิงคโปร์ เกาหลี ฮ่องกง จีน และทวีปยุโรป เฉลี่ยใช้จ่าย 58,500 บาท/คน อีก 87.2% ระบุเที่ยวในประเทศ เฉลี่ยใช้จ่าย 5,232 บาท/คน ในกลุ่มสำรวจพบว่า 51% ระบุเที่ยวในจังหวัดชลบุรี กาญจนบุรี ประจวบคีรีขันธ์ รองลงมา 20.8% ยังเที่ยวภาคเหนือ แต่เมื่อสำรวจนักท่องเที่ยวที่เคยไปเที่ยวหรือเล่นสงกรานต์ที่ภาคเหนือเป็นประจำ พบว่า 37.2% ระบุไม่ไป อีก 28.8% รอการตัดสินใจ เพียง 34% ยังระบุไปและบางส่วนระบุว่ายกเลิกจองไม่ได้ เมื่อเจาะรายจังหวัดพบว่ายอดไปเชียงใหม่ลดลงจากปีก่อนแล้ว 37.2% เนื่องจากกังวลเรื่องฝุ่นละอองPM2.5 ซึ่งจะทำให้เงินสะพัดช่วงสงกรานต์ปีใหม่นี้หายไป 3-5 พันล้านบาท หากรวมกับจังหวัดใกล้เคียงในภาคเหนือ เช่น เชียงราย พิษณุโลก จะเสียหายรวม 5-7 พันล้าน และหากรวมผลกระทบจากฝุ่นละอองPM2.5 ในกรุงเทพฯและภาคเหนือตั้งแต่ต้นปีนี้จะเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจแล้ว 2.5-2.7 หมื่นล้านบาท หรือกระทบต่อจีดีพีลดลง 0.1-0.2%

“จากภาวะอากาศร้อน ปัญหาฝุ่นละออง และการเมืองไม่นิ่ง จึงทำให้ประชาชนมองว่าบรรยากาศสงกรานต์ปีนี้จะคึกคักขึ้นเล็กน้อย คาดเงินสะพัดยังมีมูลค่าสูงสุดจากที่สำรวจมา 13 ปี อยู่ที่ 135,837 ล้านบาท ขยายตัว 2.78% จากปีก่อนมีมูลค่า 132,162 ล้านบาท ขยายตัว 3.50% “นายธนวรรธน์ กล่าว

นายธนวรรธน์ กล่าวว่า นักการเมืองที่ประชาชนอยากรดน้ำดำหัวด้วย อันดับแรกคือ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังครองอันดับแรกมาต่อเนื่อง รองลงมาคือนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และนายทักษิณ ชินวัตร ส่วนดาราชายที่ประชาชนอยากเล่นน้ำสงกรานต์ด้วย อันดับแรกคือนายณเดชย์ คูกิมิยะ รองลงมาคือ มาริโอ้ เมาเร่อ และ(บอย)ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ ส่วนดาราหญิงที่ประชาชนอยากเล่นน้ำสงกรานต์ด้วย อันดับแรกคือ ญาญ่า อุรัสยา รองลงมาคือ เบลล่า ราณี แคมเบล และอั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ ส่วน ส่วนพรที่ประชาชนต้องการในสงกรานต์นี้ให้กับประเทศชาติ คือ ขอให้เศรษฐกิจก้าวหน้า เจริญรุ่งเรืองมากขึ้น ประเทศไทยมีความเป็นประชาธิปไตย ปราศจากเผด็จการรัฐประหาร คนไทยรักและสามัคคีกัน ส่วนของให้ตนเองอันดับแรกคือ ขอให้ร่ำรวย มีเงินมีทองใช้ สุขภาพร่างกายแข็งแรง และไม่มีหนี้สิน

Advertisement