นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยผลประชุมระหว่างเจ้าหน้าที่อาวุโสเศรษฐกิจของอาเซียน (SEOM) กับประเทศคู่เจรจา ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ที่นครหลวงเวียงจันทน์ ประเทศลาว ว่า ที่ประชุมได้หารือเรื่องความคืบหน้าการปฏิบัติตามความตกลงเอฟทีเอระหว่างอาเซียน 3 ประเทศ นับตั้งแต่มีผลใช้บังคับ เริ่มที่อาเซียน-จีน ปี2548 อาเซียน-ญี่ปุ่นปี 2552 และอาเซียน-เกาหลีใต้ปี 2553 การพิจารณาเปิดเสรีเพิ่มเติมจากความตกลงเอฟทีเอปัจจุบัน โดยเฉพาะสินค้าที่ยังไม่ได้ลดภาษีระหว่างกัน และความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างอาเซียนกับ 3 ประเทศ
นางอรมน กล่าวว่า ในการประชุมระหว่างอาเซียนกับจีน ฝ่ายอาเซียนขอให้จีนพิจารณาเปิดตลาดสินค้าเพิ่มเติมจากเอฟทีเอปัจจุบัน ที่ประชุมเห็นพ้องที่จะเริ่มใช้กฎถิ่นกำเนิดสินค้าเฉพาะรายสินค้า (Product Specific Rule: PSR) ที่ทั้งสองฝ่ายได้ร่วมกันปรับปรุงให้สอดคล้องกับกระบวนการผลิตสินค้าในปัจจุบันภายในกลางปีนี้ เพื่อให้สินค้าที่มีถิ่นกำเนิดในอาเซียนและจีนได้รับสิทธิประโยชน์จากการลด/ยกเลิกภาษีภายใต้เอฟทีเอมากขึ้น รวมทั้งเห็นว่าจีนอาจเพิ่มความร่วมมือกับอาเซียนด้านการส่งเสริมดิจิทัลแพลตฟอร์มการท่องเที่ยว และการประชาสัมพันธ์กฎถิ่นกำเนิดสินค้าเฉพาะรายสินค้าที่ปรับปรุงใหม่ เพื่อให้ผู้ประกอบการได้รับทราบข้อมูลในวงกว้างและใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่
นางอรมน กล่าวว่า การประชุมระหว่างอาเซียนกับญี่ปุ่น ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะผลักดันให้ความตกลงการค้าบริการและลงทุนระหว่างอาเซียนและญี่ปุ่น ที่ได้ลงนามกันเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2562 มีผลใช้บังคับภายในเดือนกันยายน 2562 ซึ่งในความตกลงญี่ปุ่นได้เปิดให้ไทยเข้าไปลงทุนในสาขาบริการใหม่ๆ เช่น บริการโฆษณา บริการร้านอาหาร บริการจัดการประชุมบริการจัดทัวร์และนำเที่ยว และบริการสปา เป็นต้น นอกจากนี้ ญี่ปุ่นได้เสนอจะช่วยเตรียมความพร้อมอาเซียนรับมือการปฏิวัติอุตสาหกรรม ครั้งที่ 4 (4IR) โดยอาเซียนสนใจเรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล และการส่งเสริมให้ SME สามารถเชื่อมโยงกับห่วงโซ่คุณค่าโลกได้อย่างยั่งยืน
นางอรมน กล่าวว่า สำหรับการประชุมระหว่างอาเซียนกับเกาหลีใต้ อาเซียนได้ขอให้เกาหลีใต้เร่งเปิดตลาดสินค้าเพิ่มเติมจากเอฟทีเอปัจจุบัน ช่วยให้ทั้งสองฝ่ายสามารถบรรลุเป้าหมายการค้า 2 แสนล้านเหรียญสหรัฐได้ภายในปี 2563 นอกจากนี้พร้อมสนับสนุนอาเซียนเพื่อรับมือกับการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 และการก้าวสู่การเป็นเศรษฐกิจดิจิทัล โดยเสนอตั้ง“ศูนย์ความร่วมมืออาเซียน-เกาหลี ด้านมาตรฐาน ในภูมิภาคอาเซียน (ASEAN-Korea Standards Cooperation Center in ASEAN)” ขณะเดียวกัน เกาหลีใต้เตรียมเป็นเจ้าภาพการประชุมสุดยอดอาเซียน-เกาหลีใต้ สมัยพิเศษ ในปลายปีนี้ เนื่องจากปี 2562 เป็นปีเฉลิมฉลองความสัมพันธ์อาเซียน-เกาหลีใต้ ครบรอบ 30 ปี
นางอรมน กล่าวว่า อาเซียน จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ให้ความสำคัญกับโครงการวิจัยร่วมด้านการปรับปรุงความเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานระหว่างกัน เนื่องจากเห็นว่าจะช่วยลดขั้นตอนที่ติดขัด และอำนวยความสะดวกการค้าการลงทุนระหว่างอาเซียนและประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกมากขึ้น ทั้งนี้ ปี 2560 การค้ารวมระหว่างอาเซียนกับ 3 ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออก มีมูลค่า 8.86 แสนล้านเหรียญสหรัฐ สหรัฐ

