อธิบดีปศุสัตว์ติวเข้มบริหารจัดการนมร.ร.-อหิวาต์แอฟริกาในสุกร

เมื่อวันที่ 10 เมษายน ที่โรงแรมเอเชีย เขตราชเทวี กรุงเทพฯ นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ เป็นประธานประชุมชี้แจงแนวทางดำเนินงานการบริหารจัดการโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน และการป้องกันโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร โดยมีนายอำพันธ์ุ เวฬุตันติ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวรายงานและวัตถุประสงค์ในการจัดประชุม พร้อมด้วย นสพ.สมชวน รัตนมังคลานนท์ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ และนายสุรเดช สมิเปรม รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์จำนวน 120 คนเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้

นสพ.สรวิศกล่าวว่า กรมปศุสัตว์ได้รับมอบหมายบทบาทหน้าที่สำคัญตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2562 ให้เป็นอนุกรรมการบริหารกลางโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน และคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนโครงการอาหารนมเพื่อเด็กและเยาวชนภายใต้คณะกรรมการอาหารนม เพื่อเด็กและเยาวชน ภายใต้วิธีการดำเนินงานและแนวทางปฏิบัติที่เข้มงวด ดังนั้น กรมปศุสัตว์จึงได้จัดทำโครงการประชุมชี้แจงแนวทางการดำเนินงานการบริหารจัดการโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน เพื่อเป็นการสร้างความเข้าใจในแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้องชัดเจน ทำให้ผลการดำเนินงานได้รับประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด

นอกจากนี้ กรมปศุสัตว์มีภารกิจหลักในการดูแลเรื่องสุขภาพสัตว์และผลผลิตด้านปศุสัตว์ของประเทศไทย ผ่านขับเคลื่อนโดยเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ทั้งในส่วนกลางและภูมิภาคร่วมกับผู้ประกอบการ เกษตรกร สถาบันการศึกษา องค์กรวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง ภายใต้วิทยาการสมัยใหม่ ทำให้ได้ผลผลิตด้านการปศุสัตว์ที่เพียงพอ มีคุณภาพ และปลอดภัยต่อผู้บริโภค รวมทั้งสร้างโอกาสทางธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการในการส่งออกไปยังต่างประเทศได้นั้น

นสพ.สรวิศกล่าวว่า ปัจจุบันภาคการปศุสัตว์ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมทั้งประเทศไทยได้รับผลกระทบจากภัยคุกคามด้านโรคสัตว์อุบัติใหม่ ซึ่งโรคดังกล่าวคือโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร แม้ว่าประเทศไทยยังไม่พบการระบาดของโรค แต่นับว่ามีความเสี่ยงสูงมากเนื่องจากการเคลื่อนย้ายสัตว์ ซากสัตว์ และผลิตภัณฑ์จากสัตว์สูงมาก รวมทั้งอาจพบในผลิตภัณฑ์จากปศุสัตว์ที่มีการปนเปื้อนเชื้อโรคซึ่งนักท่องเที่ยวชาวต่างชาตินำติดตัวเข้ามาในประเทศไทย หากพบการระบาดของโรคดังกล่าวจะสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจทั้งทางตรงและทางอ้อมต่ออุตสาหกรรมการผลิตปศุสัตว์ของประเทศไทยเป็นมูลค่ามหาศาล หากเกิดการระบาดของโรค รวมทั้งเป็นแนวทางปฏิบัติให้กับเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ สัตวแพทย์ ผู้ปฏิบัติงานในภาคสนามให้มีแนวทางในการป้องกันและควบคุมโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โดยการประชุมในครั้งนี้มุ่งเน้นให้เจ้าหน้าที่ทุกท่านมีส่วนร่วมในการอภิปราย ซักถาม แลกเปลี่ยนความคิดเห็น รวมทั้งเสนอแนะข้อมูลเพื่อสร้างความเข้าใจในแนวทางปฏิบัติงานให้ถูกต้องชัดเจน สามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุดต่อไป

บทความก่อนหน้านี้อย.แจงไม่เกี่ยวจับกุม ‘มูลนิธิข้าวขวัญ’ ไม่ขอก้าวล่วงคดี
บทความถัดไป‘บิ๊กตู่’ รดน้ำขอพรผู้สูงอายุบ้านบางแค ร่วมรำวงคึกคัก แนะบอกลูกหลานบ้านเมืองต้องสงบ (คลิป)