หน้าแรก เศรษฐกิจ ทูน่าไทย ยันก...

ทูน่าไทย ยันการค้าและส่งออกยังฉลุย แม้โดนไอยูยู

23.05.16 | 16:49 น.

ที่โรงแรมแชงกรีลา น.ส.จูอะดี พงศ์มณีรัตน์ รองอธิบดีกรมประมง กล่าวในการประชุมและนิทรรศการค้าทูน่าโลก ครั้งที่ 14 ว่า ประเทศไทยถือเป็นผู้นำการส่งออกปลาทูน่ากระป๋องของโลก โดยปี 2558 ไทยส่งออกกว่า 5.5 แสนตัน หรือมูลค่า 2,135 ล้านเหรียญสหรัฐ และข้อมูลการค้าสินค้าโภคภัณฑ์ขององค์การสหประชาชาติ (UN Comtrade) ปี 2557 ไทยมีสัดส่วนการส่งออกปลาทูน่าแปรรูป 39% ของมูลค่าการส่งออกทูน่าโลก ขณะเดียวกันไทยยังเป็นประเทศผู้นำเข้าปลาทูน่าแช่แข็งอันดับ 1 ของโลก โดยปี 2558 ไทยนำเข้า 671,625 ตัน หรือสัดส่วน 43% ของปริมาณการนำเข้าของโลก จาก 7 ประเทศหลัก คือ ไต้หวัน ปาปัวนิวกินี เกาหลีใต้ สหรัฐ คีรีบาติ จีน และอินโดนีเซีย


“เชื่อว่าอุตสาหกรรมทูน่าของไทยยังคงมีการขยายตัวและเป็นที่ยอมรับของตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม (ไอยูยู) แต่อย่างใด เนื่องจากเรือประมงทูน่าไทยทุกลำ ต้องขึ้นทะเบียนและได้รับการรับรองจากสหภาพยุโรป สร้างความมั่นใจและภาพลักษณ์ที่ดีแก่ประชาคมโลก ว่าเรือประมงทูน่าไทยทุกลำปราศจากการทำประมงไอยูยู 100% เต็ม” น.ส.จูอะดีกล่าว

สำหรับความคืบหน้าการเข้าร่วมภาคีความตกลงว่าด้วยมาตรการรัฐเจ้าของท่า เพื่อป้องกันและยับยั้งการทำประมงไอยูยูขององค์การเกษตรและอาหารแห่งสหประชาชาติ (เอฟเอโอ) ที่จะมีผลบังคับใช้วันที่ 5 มิถุนายนนี้ ขณะนี้กรมประมงได้มีการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่บางส่วน เพื่อรองรับการปฏิบัติหน้าที่ตามภารกิจของรัฐเจ้าท่าเรียบร้อยแล้ว คาดว่าเมื่อภาคีฯมีผลบังคับใช้ ไทยจะมีเจ้าหน้าที่รองรับเพียงพอและส่งผลดีต่อภาพลักษณ์ของไทยในความก้าวหน้าแก้ไขปัญหาไอยูยู

นายชนินทร์ ชลิศราพงศ์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมทูน่าไทย กล่าวว่า อุตสาหกรรมทูน่าถือว่าปลอดไอยูยูและมีการทำประมงตามหลักความยั่งยืนอย่างแท้จริง เนื่องจากการจับทูน่าของโลก แต่ละปีจะกำหนดปริมาณ ระยะเวลา พื้นที่จับปลาที่ชัดเจน นอกจากนี้ เรือที่ออกจับทูน่าต้องมีทะเบียนเรือที่ถูกต้อง สินค้าทุกล็อตต้องมีมาตรฐานตรวจสอบย้อนกลับได้ ตลอดห่วงโซ่การผลิต โดยเรื่องเหล่านี้อุตสาหกรรมทูน่าไทยดำเนินการมาก่อนที่อียูประกาศให้ใบเหลืองไอยูยูกับไทย เนื่องจากเป็นมาตรฐานที่โลกต้องการอยู่แล้ว
——–

Advertisement