สมอ.ดัดหลังผู้ประกอบการปลอมใบอนุญาตลักลอบนำเข้าสินค้าเถื่อนขายใน ปท. สั่งส่งข้อมูลย้อนหลัง 3 ปี ดึงใบกรมศุลฯเทียบ เตือนยอมรับโทษเบา-ดื้อดึงเจออ่วม ปรับหนัก-ติดคุก
นายวันชัย พนมชัย เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เปิดเผยว่า สมอ.ได้ส่งหนังสือไปยังผู้ประกอบการนำเข้าสินค้าที่ต้องขอใบอนุญาตการนำเข้าสินค้ามาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ภาคบังคับ 112 รายการ ตาม พ.ร.บ.มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ.2511 กว่า 5,000 ราย ให้แจ้งการขอใบอนุญาตการนำเข้าสินค้า มอก.ภาคบังคับย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2559-31 ธันวาคม 2561 ให้ สมอ.ตรวจสอบภายในวันที่ 15 พฤษภาคมนี้ หากพ้นกำหนดอาจถูกพักใบอนุญาต และมีบทลงโทษตามกฎหมาย ทั้งจำทั้งปรับ เนื่องจากมีการตั้งข้อสงสัยว่าผู้ประกอบการหลายรายลักลอบปลอมแปลงใบอนุญาตนำเข้าสินค้าเข้ามา อาจมีสินค้าไม่ได้มาตรฐานเป็นอันตรายทั้งชีวิตและทรัพย์สินกับผู้บริโภคได้
“การส่งหนังสือไปยังผู้ประกอบการเป็นการขยายผลจากกรณี สมอ.ตรวจจับการปลอมแปลงใบอนุญาตนำเข้าหมวกกันน็อกของผู้ประกอบการรายหนึ่งตรวจย้อนหลังเมื่อปี 2560 ถึงปัจจุบัน แล้วพบว่ามีการปลอมแปลงใบอนุญาตและนำเข้าหมวกกันน็อกผิดกฎหมายเข้ามากว่า 200,000 ใบ มูลค่ากว่า 200 ล้านบาท จึงให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบผู้ประกอบการน่าสงสัยเพิ่มเติมในสินค้าทุกประเภท อาทิ ขอใบอนุญาตกระเบื้องเซรามิก ขนาดอาจไม่ตรงกับใบอนุญาต เพราะแต่ละประเภทการนำเข้าต้องขอใบอนุญาตเฉพาะแบบไม่สามารถมั่วนิ่มรวมๆ กันได้” นายวันชัยกล่าว
นายวันชัยกล่าวว่า ขอให้ผู้ประกอบการทุกรายแจ้งข้อมูลจริง ห้ามแจ้งข้อมูลเท็จ หรือหลีกเลี่ยงการไม่ส่งข้อมูลเข้ามาให้ สมอ.ตรวจสอบ เพราะขณะนี้ สมอ.ได้ประสานขอข้อมูลนำเข้าสินค้าจากกรมศุลกากร กระทรวงการคลังย้อนหลังแล้ว เพื่อนำมาเปรียบเทียบกับข้อมูลของผู้ประกอบการ เบื้องต้นพบความผิดปกติแล้ว ดังนั้นจากมาตรการดังกล่าวหากผู้ประกอบการส่งข้อมูลยอมรับว่ามีการปลอมแปลงลักลอบนำเข้าสินค้าเข้ามาผิดกฎหมายจะถือเป็นความผิดที่เมื่อถึงชั้นศาลอาจได้รับโทษถูกปรับขั้นต่ำ และอาจได้รับการยกเว้นโทษจำคุก แต่ถ้าผู้ประกอบการรายใดยังคงแจ้งข้อมูลเท็จให้ สมอ. ไม่ยอมรับ ไม่แจ้งข้อมูลจริงตามกรอบระยะเวลาที่กำหนดจะถูกลงโทษหนัก เพราะมีเจตนาไม่ยอมรับผิด โดยบทลงโทษตามกฎหมายกรณีเป็นผู้ผลิตและผู้นำเข้าที่ทำผิด พ.ร.บ.สมอ.จะจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
นายวันชัยกล่าวว่า สำหรับสินค้าที่ต้องขอใบอนุญาตนำเข้าเป็นสินค้าที่อยู่ในกลุ่ม มอก.ภาคบังคับ ปัจจุบันมี 112 รายการ แบ่งเป็น 10 หมวดคือโยธาและวัสดุก่อสร้าง อาทิ ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ เหล็กเส้นเสริมคอนกรีต กระเบื้องเซรามิก,โภคภัณฑ์ อาทิ ไม้ขีดไฟ ผงซักฟอก ของเล่น ฟิล์มยืดหุ้มอาหาร หัวนมยางสำหรับขวดนม ไฟแช็กก๊าซ, วิศวกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ อาทิ หลอดไฟฟ้า เตารีด กระทะไฟฟ้า เตาย่าง เต้าเสียบ-เต้ารับ
นอกจากนี้ยังมีกลุ่มวิศวกรรมของไหล อาทิ ท่อพีวีซีแข็งสำหรับใช้เป็นท่อน้ำดื่ม ฝักบัวอาบน้ำก๊อกน้ำสำหรับเครื่องสุขภัณฑ์, อาหาร คือ สับปะรดกระป๋อง, วิศวกรรมส่งผ่านความร้อน อาทิ ถังก๊าซปิโตรเลียมเหลว แอลกอฮอล์สำหรับใช้เป็นเชื้อเพลิง, วิทยาศาสตร์การแพทย์ อาทิ ออกซิเจนทางการแพทย์ ภาชนะพลาสติกสำหรับบรรจุผลิตภัณฑ์เภสัชปราศจากเชื้อ, สีและวาร์นิช อาทิ สีเทียน สีย้อมสังเคราะห์ ทินเนอร์สำหรับแล็กเกอร์, วิศวกรรมเครื่องกลและยานพาหนะ อาทิ ท่อไอเสียรถจักรยานยนต์ หมวกกันน็อก เข็มขัดนิรภัยสำหรับรถยนต์ และเคมี คือแอมโมเนียไนเทรตสำหรับทำวัตถุระเบิดแอนโฟ

