หน้าแรก เศรษฐกิจ ผลงานกลุ่มแบง...

ผลงานกลุ่มแบงก์Q1/62 กรุงศรีแซงกำไรสูงสุด เลิกเก็บค่าฟีโอนดิจิทัลยังกดดันรายได้

19.04.19 | 18:42 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ธนาคารพาณิชย์ 5 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกรุงเทพ และธนาคารธนชาต รายงานผลการดำเนินงานช่วงไตรมาสแรก (มกราคม-มีนาคม) ปี 2562 พบว่า ธนาคารส่วนใหญ่มีกำไรทรงตัวหรือลดลง ขณะที่ธนาคารกรุงศรีอยุธยามีการบันทึกกำไรจากการขายเงินติดล้อทำให้ทั้ง 5 ธนาคาร มีกำไรสุทธิรวมกว่า 44,693 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.28% จากช่วงเดียวกันปีก่อน อยู่ที่ 41,438 ล้านบาท ทั้งนี้ หากรวมธนาคารพาณิชย์ 4 แห่งที่รายงานผลการดำเนินงานไปแล้ว ได้แก่ ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย ธนาคารทหารไทย ธนาคารแลนด์แอนด์เฮ้าส์ ธนาคารทิสโก้ มีกำไรสุทธิรวมกว่า 4,439 ล้านบาท ในช่วงไตรมาสแรก 2562 ลดลง 10% จากช่วงเดียวกันปีก่อน อยู่ที่ 4,985 ล้านบาท จะทำให้ ทั้ง 9 ธนาคารมีกำไรสุทธิรวม 49,132 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.5% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 46,423 ล้านบาท โดยยังเหลือธนาคารกรุงไทย และธนาคารเกียรตินาคินที่อยู่ระหว่างการรายงานผลการดำเนินการ

สำหรับผลการดำเนินงานของธนาคารต่าง ๆ ได้แก่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา มีกำไรสุทธิ 1.27 หมื่นล้านบาท เติบโตมากกว่าเท่าตัวจากไตรมาส 1/2561 โดยมีปัจจัยหนุนจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย ภายหลังการบันทึกกำไรหลังหักภาษีจำนวน 6.7 พันล้านบาทจากการขายหุ้นในบริษัทเงินติดล้อ โดยรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย เพิ่มขึ้น 95.6% จากช่วงเดียวกันปีก่อนปัจจัยหลักมาจากการบันทึกกำไรจำนวน 8.6 พันล้านบาทจากการขายหุ้น 50% ในบริษัท เงินติดล้อ จำกัด ให้กับพันธมิตรเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจไมโครไฟแนนซ์ของกรุงศรี ธนาคารกสิกรไทย มีกำไรสุทธิจำนวน 10,044 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนจำนวน 722 ล้านบาท หรือ 6.70% โดยรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้นจำนวน 1,556 ล้านบาท หรือ 6.57% ส่วนใหญ่เกิดจากรายได้ดอกเบี้ยรับของเงินให้สินเชื่อ และเงินลงทุน ธนาคารไทยพาณิชย์ มีกำไรสุทธิ 9,157 ล้านบาท ลดลง 19% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากค่าใช้จ่ายครั้งเดียวในการตั้งสำรองผลประโยชน์พนักงานจากกฎหมายแรงงานใหม่ ธนาคารกรุงเทพ มีกำไรสุทธิ 9,028 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อยที่ 0.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ธนาคารธนชาต มีกำไรสุทธิ3,650 ล้านบาท ลดลง 3.41% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน สาเหตุหลักมาจากค่าใช้จ่ายทางภาษีเพิ่มขึ้นจากปีก่อน เนื่องจากสิทธิประโยชน์ทางภาษีของธนาคารได้หมดไปตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2561

ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย มีกำไรสุทธิ 325 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 156.1 ล้านบาท หรือ 92.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ผลจากการเพิ่มขึ้นของรายได้นากการดำเนินงานและการลดลงของสำรองหนี้สงสัยจะสูญ ธนาคารทหารไทย มีกำไรสุทธิมีจำนวน 1,579 ล้านบาท ลดลง 31% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิ 2,280 ล้านบาท ธนาคารแลนด์แอนด์เฮ้าส์ มีกำไรสุทธิ 806.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น4.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน เป็นการเพิ่มขึ้นของรายได้เงินปันผล 51.5% และการตั้งสํารองหนี้สูญและหนี้สงสัยจะสูญลดลง 69.7% โดยรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ อยู่ที่ 1,157.6 ล้านบาท ลดลง 4.3% ธนาคารทิสโก้ มีกำไรสุทธิ 1,730 ล้านบาท ลดลงจำนวน 36 ล้านบาท หรือ 2.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า จากการลดลงของกำไรพิเศษจากเงินลงทุน ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศยังคงเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน รวมถึงภาวะหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้รายได้ของกลุ่มทิสโก้ชะลอตัวลง ขณะเดียวกันค่าใช้จ่ายจากการดำเนินธุรกิจปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายด้านพนักงานเกษียณอายุเพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานฉบับใหม่