กบง.ถกรับมือลอยตัวเอ็นจีวี เริ่ม 16 พ.ค. หวั่นราคาพุ่ง 6.21 บ./กก. ร่อนหนังสือถึง ปตท.ทยอยปรับขึ้นราคา จ่อหารือกรมสรรพสามิตลดภาษีดีเซลหนุนบี10
แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 19 เมษายน นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ได้หารือกรณีมติ กบง.เดิม กำหนดให้มีการลอยตัวราคาก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (เอ็นจีวี) ตามกลไกตลาด ตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 เป็นต้นไป โดยที่ประชุมมีข้อกังวลว่าอาจจะส่งผลกระทบต่อบริการขนส่งสาธารณะ เช่น ค่าโดยสารของประชาชน โดยเฉพาะรถเมล์และรถตู้สาธารณะ ประกอบกับในวันที่ 22 เมษายน 2562 กระทรวงคมนาคมประกาศปรับขึ้นค่าโดยสารสาธารณะ ซึ่งอาจจะส่งผลให้ประชาชนได้รับผลกระทบได้ ดังนั้น กบง.เห็นชอบให้กระทรวงพลังงานทำหนังสือถึง บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) เพื่อขอความร่วมมือให้ทยอยปรับขึ้นราคาเอ็นจีวี นับตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 อาจขึ้นราคาเพียงครึ่งเดียวก่อน หรือประมาณกว่า 3 บาทต่อกิโลกรัม เพราะหากปรับขึ้นครั้งเดียวในราคา 6.21 บาทต่อกิโลกรัม จากปัจจุบันราคาอยู่ที่ 10.62 บาทต่อกิโลกรัม จะทำให้ราคาเอ็นจีวีขยับไปแตะ 16.83 บาทต่อกิโลกรัม จะทำให้ประชาชนเดือดร้อน
แหล่งข่าวกล่าวว่า นอกจากนี้ กบง.ยังหารือถึงมาตรการจูงใจการใช้น้ำมันไบโอดีเซล บี10 (น้ำมันดีเซลที่ผสมไบโอเซล 10%) ก่อนที่จะประกาศให้จำหน่ายได้จริงเป็นครั้งแรกในไทย โดยเบื้องต้นเห็นว่าควรใช้มาตรการจูงใจด้านราคา ด้วยการจำหน่ายในราคาที่ต่ำกว่าน้ำมันดีเซลปัจจุบัน หรือไบโอดีเซล B7 ในอัตรา 1 บาทต่อลิตร ซึ่งการลดราคาดังกล่าวจะต้องมาจาก 2 ส่วน คือการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล และการนำเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมาอุดหนุน ดังนั้นกระทรวงพลังงานจะทำหนังสือถึงกรมสรรพสามิตให้พิจารณาลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลลง จากปัจจุบันเก็บอยู่ 5.98 บาทต่อลิตร โดยจะเสนออัตราที่ควรปรับลดในอัตราไม่กี่สตางค์ ซึ่งตามขั้นตอนเมื่อกรมสรรพสามิตเห็นชอบลดภาษีน้ำมันแล้ว จะต้องนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก่อน จากนั้น กบง.จะพิจารณานำเงินกองทุนน้ำมันฯมาอุดหนุนเพื่อให้ราคาจำหน่ายลดต่ำกว่าบี7 รวม 1 บาทต่อลิตรต่อไป

