“สหไทยฯ”เพิ่มทุนขายผู้ถือหุ้นเดิม ขยายธุรกิจสร้างท่าเรือ-ศูนย์กระจายสินค้า

24.04.19 | 13:48 น.

นางเสาวคุณ ครุจิตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สหไทย เทอร์มินอล จำกัด (มหาชน) หรือ PORT กล่าวว่า ตามที่บริษัทฯ มีแผนจะขยายธุรกิจท่าเรือและโลจิสติกส์แบบครบวงจร เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ธุรกิจของบริษัท และทำให้ผลการดำเนินงานเติบโตอย่างต่อเนื่องอย่างมั่นคง โดยการลงทุนสร้างท่าเรือพาณิชย์แห่งที่ 3 และขยายศูนย์กระจายสินค้า ทำให้บริษัทฯมีความจำเป็นต้องเสนอขอเพิ่มทุน เพื่อนำมาลงทุนในโครงการต่างๆที่กำลังจะเริ่มดำเนินการ และยังนำมาเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางการเงินของบริษัทฯนั้น เมื่อวันที่ 23 เมษายนที่ผ่านมา ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นบริษัท สหไทย เทอร์มินอล จำกัด (มหาชน) มีมติเห็นชอบให้เพิ่มทุนจดทะเบียนจำนวน 138 ล้านหุ้น มูลค่า (พาร์) หุ้นละ 0.50 บาท เพื่อนำมาลงทุนสร้างท่าเรือแห่งที่ 3 และลงทุนโครงการศูนย์กระจายสินค้าแห่งใหม่ ต่อยอดธุรกิจ ก้าวสู่การเป็นผู้นำการให้บริการโลจิสติกส์แบบครบวงจร

นางเสาวคุณ กล่าวว่า ทั้งนี้บริษัทฯจะจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 92 ล้านหุ้น เสนอขายผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนการถือหุ้น (Right Offering-RO) ในอัตราส่วน 5 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นใหม่ ราคาหุ้นละ 4.00 บาท กำหนดจองซื้อและชำระเงินในวันที่ 17 – 24 พฤษภาคม 2562 และจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนไม่เกิน 46 ล้านหุ้น เพื่อรองรับใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญ (วอร์แรนต์) รุ่นที่ 1 หรือ PORT – W1 ขายให้ผู้ถือหุ้นเดิมที่จองซื้อหุ้นเพิ่มทุน โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ในอัตราส่วน 2 หุ้นเพิ่มทุนต่อ 1 วอร์แรนต์ โดย PORT – W1 มีอายุ 3 ปี มีอัตราการใช้สิทธิวอร์แรนต์ต่อ 1 หุ้นใหม่ ที่ราคาใช้สิทธิ 6.50 บาท/หุ้น

“การเพิ่มทุนครั้งนี้คาดว่าน่าจะเพียงพอสำหรับการขยายธุรกิจในระยะเวลา 3-5 ปี โดยจะนำเงินเพิ่มทุนไปใช้ลงทุน ได้แก่ 1.บริษัท บางกอก ริเวอร์ เทอร์มินอล จำกัด (BRT) ร่วมกับบริษัท APM Terminals จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ A.P. Moller-Maersk สายเรืออันดับหนึ่งของโลก และกลุ่มน้ำตาลมิตรผล เพื่อสร้างท่าเรือพาณิชย์แห่งที่ 3 รองรับการขยายตัวของการนำเข้าและส่งออกของประเทศที่เพิ่มมากขึ้น โดยบริษัทฯจะมีสัดส่วนการถือหุ้นร้อยละ 38 ส่วนบริษัท APM Terminals จำกัด และ กลุ่มมิตรผล ถือหุ้น ร้อยละ 33 และ 29 ของทุนจดทะเบียนตามลำดับ ซึ่งการลงทุนใน BRT จะเพิ่มความสามารถในการให้บริการท่าเรือได้อีกประมาณ 180,000 TEUs/ปี รวมกับความสามารถในการให้บริการเดิมของบริษัทฯและบริษัทย่อย เป็น 920,000 TEUs/ปี หรือเพิ่มขึ้นราวร้อยละ 24

2. ลงทุนในบริษัท บางกอก โลจิสติกส์ พาร์ค จำกัด ร่วมกับ บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (“FRASERS”) (ชื่อเดิม คือ บริษัท ไทคอน อินดัสเทรียล คอนเนคชั่น จำกัด (มหาชน) โดยบริษัทฯและ FRASERS มีสัดส่วนการถือหุ้นร้อยละ 25 และร้อยละ 75 ของทุนจดทะเบียนตามลำดับ เพื่อลงทุนพัฒนา และบริหาร โครงการโลจิสติกส์พาร์ค และศูนย์กระจายสินค้าบนพื้นที่กว่า 50 ไร่ ในเขตพื้นที่ขอบเมืองกรุงเทพมหานคร เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้า ที่มีการเติบโตแบบก้าวกระโดดสอดรับเทรนด์ธุรกิจยุคดิจิทัล

นางเสาวคุณ กล่าวว่า นอกจากนี้ ที่ประชุมผู้ถือหุ้นยังมีมติอนุมัติการจ่ายปันผล จากกำไรในส่วนที่ได้รับยกเว้นภาษี ในอัตรา 0.10 บาทต่อหุ้น เป็นเงินทั้งหมด 46,000,000 บาท กำหนดวันปิดทะเบียนรายชื่อผู้ถือหุ้น 30 เมษายน และจะจ่ายเงินปันผลในวันที่ 21 พฤษภาคมนี้

Advertisement