แหล่งข่าวจากกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวถึงความคืบหน้าการเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของอนุญาโตตุลาการ กับบริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดตเต็ด ลิมิเต็ดคิงส์เกต ประเทศออสเตรเลีย ภายหลังคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ใช้อำนาจตามม.44 สั่งปิดเหมืองอัครา ว่า กระบวนการต่อสู้อย่างเป็นทางการเริ่มตั้งแต่ปลายปี 2561 ทางคิงส์เกตฯได้ยื่นคำฟ้องไทย และต่อมาเมื่อเดือนมกราคม 2562 ไทยโดยกระทรวงอุตสาหกรรมได้ส่งคำแย้งไปยังอนุญาโตฯแล้ว คาดว่าหลังจากนี้จะมีการส่งข้อมูลประกอบการพิจารณาอย่างต่อเนื่อง และคาดว่ามีการให้ข้อมูลเพื่อรอมติตัดสินจากอนุญาโตฯ โดยมติชี้ขาดน่าจะเกิดขึ้นช่วงไตรมาสแรกของปี 2563 โดยจากข้อมูลของทีมทนายจากสหรัฐอเมริกาที่ไทยว่าจ้างมีความมั่นใจว่าฝ่ายไทยจะชนะแน่นอน
“เดือนพฤษภาคมนี้ทีมทนายความจากสหรัฐอเมริกาจะเดินทางมาหารือกับนายพสุ โลหารชุน ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และกรมฯ หลังจากเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาได้นัดหารือกันที่ประเทศสิงคโปร์แล้ว โดยการหารือครั้งใหม่นี้ก็เพื่อเตรียมข้อมูลในการต่อสู้ที่คาดว่าจะมีการส่งข้อมูลหลายครั้ง”แหล่งข่าวกล่าว
แหล่งข่าวกล่าวว่า อย่างไรก็ตามกรณีดังกล่าวอยากให้มั่นใจว่าจะไม่ซ้ำรอยกรณีโฮปเวลล์ที่ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาให้บริษัท โฮปเวลล์ (ประเทศไทย) จำกัด ชนะกระทรวงคมนาคม และต้องจ่ายเงิน 11,888 ล้านบาท ไม่รวมดอกเบี้ย 7.5% ต่อปี เพราะสาเหตุในดำเนินการเป็นคนละกรณีกัน กรณีปิดเหมืองเพราะรัฐบาลไทยต้องการดูแลสุขภาพประชาชนคนไทยในพื้นที่จากผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมที่ไม่สามารถสรุปได้

