ในบรรดารถยนต์อเนกประสงค์หรือเอสยูวี ขนาดกลาง ด้วยกัน มาสด้า CX-5 ถือว่าเป็นรถยนต์ออกแนวสปอร์ต จะแตกต่างจากคู่แข่งในตลาด อย่าง โตโยต้า ซีเอช-อาร์ ฮอนด้า เอชอาร์-วี
ส่วนใหญ่ลูกค้า มาสด้า CX-5 จะเป็นคนชอบรถยนต์สไตล์ไม่เหมือนใคร ประมาณว่าชอบเรื่องรูปร่างหน้าตาหยดย้อย เพราะรุ่นนี้พัฒนาด้านการออกแบบตามแนวคิด โคโดะ ดีไซน์ (KODO DESIGN) อันเลื่องชื่อของมาสด้า
สำหรับ มาสด้า CX-5 เวอร์ชั่น 2019 ปรับเพิ่มไปอีกขั้น มีทั้งไฟหน้าแบบ LED มีระบบเปิด-ปิดพร้อมปรับระดับอัตโนมัติ ดีไซน์รับกับกระจังหน้าแบบใหม่ 5 เหลี่ยม เป็นดีเอ็นเอในการออกแบบของมาสด้า
ด้านล่างมีไฟตัดหมอกทรงกลมขนาดเล็กแบบ LED ไฟท้ายแบบ LED ใช้รูปทรงคล้ายเดิมแต่ปรับลวดลายใหม่ให้สวยงามขึ้น กระจกมองข้างมาพร้อมไฟเลี้ยวแบบ LED ปรับและพับได้ด้วยระบบไฟฟ้า
มีระบบเตือนมุมอับสายตา ฝากระโปรงท้าย เปิด-ปิด ด้วยระบบไฟฟ้า สั่งการได้ทั้งภายในรถ เมื่อเกียร์อยู่ในตำแหน่ง P หรือจะสั่งการจากรีโมตคอนโทรลก็ได้

ล้อแม็กลวดลายใหม่ช่วยให้ดูหรูหราขึ้นด้วยขนาด 19 นิ้ว
ภายในห้องโดยสารปรับให้โดดเด่นขึ้น เปลี่ยนรถญี่ปุ่นให้มีกลิ่นอายสไตล์รถยุโรป พร้อมตกแต่งคอนโซลหน้าแบบ เมทัล วู้ด (Metal Wood)
เบาะนั่งสไตล์สปอร์ตสีดำโอบกระชับ ตกแต่งด้วยเส้นด้ายสีน้ำตาล เบาะคู่หน้ามีระบบปรับไฟฟ้า ตำแหน่งผู้ขับขี่มีระบบจดจำตำแหน่ง เบาะนั่งแถวสองปรับได้หลายรูปแบบ แยกพับได้ 3 ส่วน แบบ 40:20:40 อิสระจากกัน หรือจะปรับให้แบนราบก็ได้
พื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลังกว้างขวาง แต่ถ้าต้องการขนย้ายสัมภาระขนาดใหญ่ก็สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบเบาะแถวสองเพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาะได้
บริเวณที่พักแขนของเบาะนั่งแถวสอง มีพอร์ต USB ให้ชาร์จอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ได้ และมีช่องปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง
เครื่องเสียงแบบไฮเอนด์ด้วยระบบเสียง โบส (BOSE SOUND SYSTEM) มาพร้อมกับลำโพง 10 ตำแหน่ง พร้อมเทคโนโลยีปรับแต่งเสียงให้สมจริงมากขึ้น พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นดีไซน์สปอร์ตกระชับมือ
ขุมพลัง สกายแอ๊กทีฟ-จี (SKYACTIV-G) เครื่องยนต์เบนซิน SKYACTIV-G 2.0 ลิตร 165 แรงม้า ประหยัดน้ำมันเชื้่อเพลิง 13.9 กม./ลิตร เกียร์อัตโนมัติ สกายแอ๊กทีฟ ไดรฟ์ 6 จังหวะ พร้อมแมนนวลโหมด แอ๊กทีฟ เมติก (Activematic) ตอบสนองแม่นยำ อัตราเร่งต่อเนื่อง เปลี่ยนเกียร์ราบรื่น

มีระบบ ไอ-สต็อป (i-Stop หรือ Idling Stop System) ควบคุมการทำงานเครื่องยนต์ ให้หยุดการทำงานชั่วคราวเมื่อรถหยุดนิ่งชั่วขณะ แต่ภายในรถระบบต่างๆ ยังคงทำงานช่วยทำให้ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง
ปรับโหมดการขับขี่ได้ ด้วยสวิตช์ ไดรฟ์ ซีเล็กชั่น (Drive Selection) เลือกปรับเป็นโหมดสปอร์ต (Sport) ได้เมื่อต้องการพละกำลังจากเครื่องยนต์ ให้อัตราเร่งจากเครื่องยนต์สูงขึ้น ตอบสนองเหมือนขับเกียร์ธรรมดา
การควบคุมไม่ว่าจะเป็นช่วงความเร็วต่ำหรือสูง ทำได้ไม่เหนื่อยด้วยระบบช่วงล่าง สกายแอ๊กทีฟ-แชสซีส์ (SKYACTIV-CHASSIS) ให้ความนุ่มนวล แต่ยังสามารถบังคับเลี้ยวเข้าโค้งได้แม่นยํา
มีเทคโนโลยีใหม่คือ สกายแอ๊กทีฟ-วีฮิเคิล ไดนามิกส์ (SKYACTIV-VEHICLE DYNAMICS) ช่วยผสานการทำงานของรถทั้งคัน ตั้งแต่เครื่องยนต์ ระบบเกียร์ โครงสร้างตัวถัง ไปจนถึงช่วงล่าง ให้ประสานงานกัน ทำให้เวลาโดยสารระยะทางไกลไม่เหนื่อยมาก
มีระบบ จีวีซี (GVC หรือ G-Vectoring Control) จะประมวลผลการบังคับพวงมาลัยของผู้ขับขี่ ความเร็วของรถ รวมถึงน้ำหนักของเท้ากดลงบนแป้นคันเร่ง จากนั้นระบบจะควบคุมแรงบิดของเครื่องยนต์ และเกิดการถ่ายน้ำหนักที่เหมาะสมไปสู่แต่ละล้อ ทําให้รถเกาะถนนดีขึ้น ควบคุมได้แม่นยํา เพื่อผู้ขับขี่และรถจะเป็นหนึ่งเดียวกันมากขึ้น
ติดตั้งระบบเบรกมือไฟฟ้า พร้อมกับระบบออโต โฮลด์ (Auto Hold) ช่วยเพิ่มความสะดวกในการขับขี่
ระบบความปลอดภัยมาแบบเต็มพิกัด กล้องมองหลัง ระบบเตือนเมื่อรถอยู่ในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน และขณะถอยหลัง ระบบช่วยหยุดรถอัตโนมัติ และช่วยหยุดรถอัตโนมัติขณะถอยหลัง
ขณะเดินทางไกลๆ มีระบบช่วยเตือนเมื่อเหนื่อยล้าขณะขับขี่ และระบบเตือนการชนด้านหน้าและช่วยเบรกมาช่วยเสริมความปลอดภัย
จอทัชสกรีนดีไซน์ใหม่ขนาด 7 นิ้ว แสดงเมนูสั่งงานของระบบเอ็มแซดดี คอนเน็กต์ (MZD CONNECT) พร้อม อินโฟเทนเมนต์ (Infotainment) มีให้เลือกมากมายในแอพพลิเคชั่นต่างๆ

ระบบนำทางจะแสดงผลผ่านทางหน้าจอทัชสกรีนขนาด 7 นิ้ว และยังแสดงผลผ่าน วินด์ชีลด์ แอ๊กทีฟ ไดรฟ์วิ่ง ดิสเพลย์ (Windshield Active Driving Display) เป็นจอแก้วขนาดเล็ก จะมองเห็นได้เฉพาะคนขับ แสดงข้อมูลสําคัญในการขับขี่บนกระจกหน้าด้วยรูปแบบสี ในระดับสายตาผู้ขับ สามารถปรับตั้งค่าได้ทั้งความสูง ความสว่าง
CX-5 ใหม่ ถือว่าเป็นรถอเนกประสงค์ตอบโจทย์การเดินทางกับครอบครัวหรือกับเพื่อน ใช้งานได้ทั้งในวันธรรมดาหรือวันหยุด ราคา 1,530,000 บาท
ถือว่าเป็นรถยนต์อเนกประสงค์ที่ค่อนข้างครบ เป็นอีกตัวเลือกสำหรับลูกค้าที่ไม่อยากจ่ายแพงไปเล่นรถยุโรป
นายพล

