หน้าแรก เศรษฐกิจ เปิดเทอมโอกาส...

เปิดเทอมโอกาสทอง”นันยาง”คาดทำยอดขายได้ 80% ของทั้งปี

25.04.19 | 15:31 น.

นายจักรพล จันทวิมล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและขาย บริษัท นันยางมาร์เก็ตติ้ง จำกัด เปิดเผยว่า ปี 2561 บริษัทมียอดขายเติบโต 10% สูงสุดในรอบ 5 ปี และปี 2562 ตั้งเป้าเติบโต 5-7% ดีกว่าภาพรวมตลาดรองเท้านักเรียนยังทรงตัวต่อเนื่องและมีมูลค่า 5,000 ล้านบาท บริษัทมีส่วนการแบ่งตลาดของรองเท้าผ้าใบนักเรียนอยู่ที่ 43% และคาดว่าปีนี้จะเพิ่มขึ้น 0.5% โดยบริษัทตั้งงบตลาดรวม 60 ล้านบาท ซึ่งเน้นกลุ่มเป้าหมายที่เป็นเด็กนักเรียนกลางห้อง ที่ยังค้นหาตัวเองไม่เจอ ผ่านแคมเปญ “คนกลางๆ อย่างฉัน” ด้วยการสร้างหนังสั้นโฆษณาผ่านสื่อออนไลน์ช่องทางต่างๆ และมีการจัดกิจกรรมโปรโมตสินค้าอย่างต่อเนื่อง

“ในช่วงก่อนเปิดเทอมใหม่เป็นช่วงสำคัญของตลาดเครื่องแบบและอุปกรณ์นักเรียน เพราะสามารถสร้างยอดขายได้สูงถึง 70-80% ของยอดขายรวมทั้งปี ทำให้บริษัทเพิ่มกำลังการผลิตขึ้นอีก 25% จากเดิมที่เพิ่มกำลังการผลิตไปแล้ว ซึ่งจะทำให้ผลิตรองเท้าได้ 6 หมื่นคู่ต่อปี รวมถึงปีนี้ได้ขยายสายการผลิตรองเท้าผ้าใบแบรนด์ใหม่ “ซูเปอร์สตาร์” ซึ่งเป็นสินค้าที่มีราคาต่ำกว่ารุ่นปกติถึง 20% เริ่มต้นที่ 249 บาท เพื่อเพิ่มทางเลือกใหม่ให้กับกลุ่มลูกค้าในระดับล่างลงไป ที่มีประมาณ 30% ของตลาด โดยตั้งเป้าการผลิตที่ 50,000 คู่ต่อปี และหากมีความต้องการเพิ่มขึ้นก็จะขยายการผลิตเพิ่มเติม” นายจักรพลกล่าว

นายจักรพล กล่าวว่า การแข่งขันในตลาดรองเท้านักเรียนสูงขึ้นทุกปี เพราะมีผู้เล่นในตลาด 10-15 แบรนด์ ในขณะที่กลุ่มลูกค้ามีจำนวนเท่าเดิม เพราะอัตราการเกิดของประชากรลดลง ทำให้กลยุทธ์การตลาดในปีนี้มุ่งเน้นขยายช่องทางจัดจำหน่ายผ่านออนไลน์มากขึ้น เพราะมีอัตราการเติบโตดีมาก อีกทั้งยังมีการส่งออกสินค้าไปขายต่างประเทศมากขึ้น อาทิ ประเทศพม่า มาเลเซีย อินโดนีเซีย เกาหลี และญี่ปุ่น ที่เพิ่มมากขึ้นในระยะหลัง ซึ่งอัตราการเติบโตอยู่ที่ 15% จากเดิม 13% จึงตั้งเป้าการเติบโตของการส่งออกอยู่ที่ 20-25% ภายใน 3-5 ปี

“ช่วงก่อนเปิดเทอมในปีนี้มองว่ามีความคึกคักมากกว่าปีที่ผ่านมา เพราะห้างสรรพสินค้าต่างๆ เริ่มจัดโปรโมชั่นกระตุ้นยอดขายกันแล้ว ซึ่งจัดเร็วกว่าปกติ รวมถึงมีปัจจัยบวกที่ทำให้มีโอกาสเติบโตมากขึ้นได้ ทั้งวันหยุดยาว พระราชพิธีบรมราชาภิเษก และการสนับสนุนของภาครัฐผ่านโครงการต่างๆ รวมถึงกระแสหนังอเวนเจอร์ ที่เป็นส่วนทำให้คนออกจากบ้านเพิ่มขึ้นยาวถึง 2 สัปดาห์ ทำให้คาดว่าจะมีการใช้จ่ายเพิ่มขึ้นแน่นอน สำหรับนโยบายการปรับขึ้นค่าแรงมองว่าในขณะนี้ยังไม่มีผลกระทบอะไร เพราะก็เคยผ่านมาแล้วหลายครั้ง และเชื่อว่าคงปรับเพิ่มไม่ถึง 400 บาทแน่นอน โดยภาพรวมมองว่าหากประเทศไทยมีรัฐบาลที่ชัดเจนได้จะส่งผลดีต่อความเชื่อมั่น และบรรยากาศการใช้จ่ายของประชาชนมากขึ้น” นายจักรพล กล่าว