นายพงศธร ทวีสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. เปิดเผยว่า ไตรมาสแรกปีนี้(ปี 2562) ปตท.สผ. มีกำไรสุทธิ 394 ล้านเหรียญสหรัฐเทียบเท่า 12,479 ล้านบาท ลดลงประมาณ 7% จาก 423 ล้านล้านเหรียญสหรัฐเทียบเท่า 13,381 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2561
ขณะที่รายได้ไตรมาสแรกอยู่ที่ 1,428 ล้านเหรียญสหรัฐเทียบเท่า 45,147 ล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 15% เมื่อเทียบกับ 1,240 ล้านเหรียญสหรัฐเทียบเท่า 39,105 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า สาเหตุจากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นอยู่ที่ 319,230 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน เมื่อเทียบกับ 293,099 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวันในไตรมาสเดียวกันของปี 2561 จากความสำเร็จในการซื้อสัดส่วนเพิ่มเติมในโครงการบงกช ประกอบกับราคาขายผลิตภัณฑ์เฉลี่ยเพิ่มขึ้นเป็น 46.21 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ เมื่อเทียบกับ 44.01 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบในไตรมาส 1 ปี 2561
“ปตท.สผ. ได้เดินหน้าดำเนินธุรกิจภายใต้แผนกลยุทธ์ใหม่ ทั้งการลงทุนในตะวันออกกลาง การได้รับสัมปทานแหล่งก๊าซธรรมชาตินอกชายฝั่ง 2 แหล่ง ร่วมกับพันธมิตรที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ขยายการลงทุนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งล่าสุดได้เข้าซื้อกิจการของ เมอร์ฟี่ ออยล์ คอร์ปอเรชั่น ในประเทศมาเลเซีย และได้รับสิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียม 2 แปลงนอกชายฝั่งมาเลเซียเช่นกัน โดยการลงทุนดังกล่าวจะช่วยสร้างการเติบโตให้ ปตท.สผ. ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว”นายพงศธรกล่าว

