นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า ธุรกิจจัดตั้งใหม่ทั่วประเทศเดือนมีนาคม 2562 มีจำนวน 6,876 ราย เพิ่มขึ้น 5% เทียบกับเดือนกุมภาพันธ์ 2562 และเพิ่มขึ้น 2% เทียบกับเดือนมีนาคม 2561 โดยธุรกิจจัดตั้งใหม่สูงสุด 3 อันดับแรก คือธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจภัตตาคาร ร้านอาหาร มีทุนจัดตั้งใหม่รวม 17,840 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% จากเดือนกุมภาพันธ์ 2562 แต่ลดลง 29% เทียบกับเดือนมีนาคม 2561 จึงทำให้ 3 เดือนแรกปีนี้ มีธุรกิจจัดตั้งใหม่รวม 20,750 ราย เพิ่มขึ้น 3% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยธุรกิจจัดตั้งใหม่สูงสุด 3 อันดับแรก คือ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจภัตตาคาร ร้านอาหาร มีทุนจัดตั้งใหม่รวม 52,391 ล้านบาท และลดลง 14%
นายพูนพงษ์ กล่าวว่า ส่วนธุรกิจเลิกกิจการในเดือนมีนาคม 2562 มีจำนวน 1,075 ราย จากเดือนกุมภาพันธ์ 2562 เพิ่มขึ้น 32% และเทียบกับเดือนมีนาคม 2561 เพิ่มขึ้น 16% โดยธุรกิจที่เลิกกิจการสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจค้าสลาก มีทุนเลิกกิจการ 3,002 ล้านบาท ลดลง 5% ทำให้ 3 เดือนแรกปีนี้เลิกกิจการมีจำนวน 3,288 ราย เพิ่มขึ้น 7% โดยธุรกิจที่เลิกกิจการสูงสุด ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจให้คำปรึกษาด้านการจัดการ
นายพูนพงษ์ กล่าวว่า จากข้อมูลธุรกิจจัดตั้งใหม่ช่วง 3 เดือนแรกปีนี้ พบว่า เป็นการจดทะเบียนตั้งใหม่ในกรุงเทพฯ สัดส่วน 32% ปริมณฑล 16.8% เมืองรอง 41% และพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ประมาณ 10% ซึ่งจะเห็นได้ว่าการตั้งธุรกิจใหม่สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล ทั้งการผลักดันการลงทุนใน EEC และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในเมืองรอง ทำให้มีการลงทุนตั้งธุรกิจใหม่เพิ่มขึ้น
” แนวโน้มน่าจะขยายตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ยิ่ง EEC ได้อนุมัติโครงการขนาดใหญ่ ทั้งรถไฟเชื่อม 3 สนามบิน สนามบินอู่ตะเภา ท่าเรือมาบตาพุด และแหลมฉบัง รวมถึงการส่งเสริมการท่องเที่ยวในเมืองรอง 55 จังหวัด ส่วนแนวโน้มจดตั้งบริษัทใหม่เดือนเมษายนปีนี้น่าจะลดลง เพราะมีวันหยุดทำการต่อเนื่องและเป็นเทศกาลหยุดสงกรานต์ ขณะที่นิติบุคคล สำนักงานบัญชี อยู่ระหว่างเตรียมส่งงบการเงินประจำปีช่วงเดือนพฤษภาคม ส่งผลยอดยื่นจดตั้งใหม่น้อยลง แต่หลังจากนั้นจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง คาดทั้งปีจะเป็นไปตามเป้าหมายที่กรมฯตั้งไว้75,000 ราย “นายพูนพงษ์ กล่าว

