แหล่งข่าวจากคณะกรรมการวัตถุอันตราย กล่าวถึงกรณีผู้ตรวจการแผ่นดินพาราควอตขีดเส้น 60 วัน ให้คณะกรรมการวัตถุอันตรายทบทวนใช้สารพาราควอต พร้อมประกาศยกเลิกให้ชัดเจนตั้งแต่ 1 มกราคม 2563 พร้อมขู่หากเพิกเฉยจะรายงานพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมส่งต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต(ป.ป.ช.)เอาผิด ว่า เรื่องดังกล่าวเป็นอำนาจของผู้ตรวจการแผ่นดิน สามารถดำเนินการได้ แต่ต้องขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรีว่าจะดำเนินการตามที่ผู้ตรวจการแผ่นดินเสนอหรือไม่ อาจมีมติคณะรัฐมนตรี(ครม.)สั่งคณะกรรมการวัตถุอันตรายให้ดำเนินการ ทั้งนี้คณะกรรมการวัตถุอันตรายจะมีการประชุมวันที่ 30 เมษายนนี้ โดยวาระหลักคือหารือถึงกรณีผู้ตรวจการแผ่นดินที่ออกมาเรียกร้องดังกล่าว
แหล่งข่าวกล่าวว่า อย่างไรก็ตามขณะนี้ คณะกรรมการวัตถุอันตรายจะยังคงยืนมติเดิม คือ ยังไม่มีการยกเลิกการใช้วัตถุอันตรายทั้ง 3 รายการ ได้แก่ พาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซต แต่ให้ใช้เฉพาะ 6 พืชเศรษฐกิจ ประกอบด้วย ยางพารา ปาล์ม มันสำปะหลัง อ้อย ข้าวโพด และไม้ผลที่ขึ้นทะเบียนเท่านั้น และระหว่างนี้ให้กรมวิชาการเกษตรดำเนินการตามมาตรการ 5 ข้อ อาทิ ทำโครงการศึกษาวิจัยเพื่อลดการใช้สารเคมีและหาวิธีทดแทนการใช้สารเคมี รวมทั้งศึกษาผลกระทบของสารที่มีต่อสิ่งแวดล้อม ผู้ผลิต และผู้บริโภค จัดอบรมให้ความรู้โครงการนำร่องทดสอบหลักสูตรผู้พ่นสารพาราควอตเพื่อกำจัดวัชพืช คาดว่าจะมีความชัดเจนว่าจะเลิกหรือไม่เลิกภายใน 2 ปี หรือภายในวันที่ 1 มกราคม 2564 แต่หากสามารถหาสารทดแทนได้ก็ยกเลิกก่อน 2 ปี
“มติที่ออกมาเป็นไปตามการลงคะแนนเสียงของคณะกรรมการวัตถุอันตราย เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ที่มีมติสนับสนุนใช้ต่อ 16 เสียง มติยกเลิก 5 เสียง และงดออกเสียง 5 เสียง โดยกรรมการฯมาจากหลายหน่วยงาน มีผู้ทรงคุณวุฒิ ดังนั้นเมื่อมีมติออกมาแล้วก็อยากให้รับฟัง อย่างกรณีที่ผู้ตรวจการแผ่นดินให้เลิกสารพาราควอตวันที่ 1 มกราคม 2563 ก็ต้องมีแนวทางว่าจะให้เกษตรกรใช้สารใดทดแทน เพราะมีเกษตรกรสอบถามเข้ามาเหมือนกัน และยังถามว่าจะให้พวกเขาถอนหญ้าด้วยมือแทนสารเคมีที่ใช้อยู่ทุกวันหรือ ซึ่งเราก็ตอบไม่ถูกเหมือนกัน”แหล่งข่าวกล่าว

