‘ศรีสุวรรณ’แจ้งปชช.จับตาคุณภาพบริการหลังขึ้นค่ารถเมล์ ถ้าไม่ดีร้องศาลปกครองอีกรอบ

27.04.19 | 08:47 น.

‘ศรีสุวรรณ’แจ้งปชช.จับตาคุณภาพบริการหลังขึ้นค่ารถเมล์ หลังศาลปกครองมีคำสั่งยกคำขอทุเลาขึ้นราคาโดยสาร

วันที่ 27 เมษายน นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า หลังจากศาลปกครองกลางมีคำสั่งเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษา เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2562 โดยมีคำสั่งยกคำขอทุเลาการบังคับตามมติของคณะกรรมการควบคุมขนส่งทางบกกลาง ในคราวที่มีมติให้ขึ้นค่ารถโดยสารทั้งระบบได้เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2561 เป็นเหตุให้รถโดยสาร ขสมก. รถร่วมบริการ รถ บขส. รถตู้โดยสาร รถสองแถว ฯลฯ สามารถขึ้นค่าโดยสารได้ตามมติ คือตั้งแต่ 1- 7 บาทนั้น กรณีดังกล่าวศาลปกครองกลางได้วินิจฉัยสรุปว่าหากศาลมีคำสั่งระงับการขึ้นค่าโดยสารตามคำขอ เกรงว่าผู้ประกอบการรถโดยสารจะหยุดกิจการเพราะขาดทุน หรือลดจำนวนรถโดยสารลง หรือลดคุณภาพการให้บริการ จะทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบหรือเดือดร้อนไม่มีรถโดยสารให้บริการอย่างพอเพียง หรือการให้บริการขาดคุณภาพในการบริหารจัดการที่ดี

“ ประเด็นดังกล่าวเป็นกรณีที่ประชาชนทุกคนที่จำเป็นที่จะต้องใช้บริการรถโดยสารต่าง ๆ ดังกล่าวต้องช่วยกันจับผิดรถโดยสารทุกประเภท นับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปว่า รถโดยสารเหล่านั้นมีการให้บริการที่เพียงพอต่อความต้องการของผู้โดยสารหรือไม่ คุณภาพการให้บริการดีขึ้นหรือไม่ ยังมีปัญหาการขับรถที่ก่อให้เกิดความหวาดเสียว การวิ่งรถแข่งกันแย่งผู้โดยสารหรือไม่ มีการวิ่งรถทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งหรือไม่ มีรถที่สภาพใหม่ขึ้น หรือมีความสกปรกอีกหรือไม่ พนักงานขับรถและพนักงานเก็บค่าโดยสารมีการใช้ถ้อยคำผรุสวาทหยาบคาย การแต่งตัวของ พขร.และ พกส. ถูกต้องตามระเบียบของกรมการขนส่งหรือไม่ และรถโดยสารแต่ละคันมีการปล่อยควันดำออกมาเกินมาตรฐานบนท้องถนนอยู่อีกหรือไม่ หากพบว่ามีและไม่เป็นไปตามข้ออ้างของผู้ประกอบการและคณะกรรมการขนส่งทางปกกลางที่มีมติให้ปรับขึ้นค่าโดยสาร ขอให้ประชาชนช่วยกันถ่ายรูปเก็บหลักฐาน ระบุวัน เวลา สถานที่ที่พบเห็น แล้ว Inbox ส่งมาที่เฟซบุ๊กของศรีสุวรรณ จรรยา” นายศรีสุวรรณกล่าว

นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า จากนั้นจะรวบรวมส่งให้ศาลปกครองได้พิจารณาในเนื้อหาหลักของการต่อสู้คดีในคดีนี้ต่อไป ซึ่งหากมีข้อมูลดังกล่าวจำนวนมาก ก็เชื่อว่าในคำพิพากษาที่จะมีขึ้นในอนาคตศาลปกครองอาจจะมีคำพิพากษาเพิกถอนคำสั่งการขึ้นค่ารถโดยสารทั้งระบบนี้ได้ และจะได้ใช้เป็นพยานหลักฐานเพื่อเอาผิดทางอาญาต่ออธิบดีกรมการขนส่งทางบก รมว.คมนาคม และคณะกรรมการควบคุมขนส่งทางบกกลาง ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ต่อไป