นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด เปิดเผยในรายการคลุกวงหุ้นว่า ปัจจัยต่างประเทศที่ส่งผลต่อทิศทางตลาดหุ้นไทย ที่ผ่านมาเป็นเรื่องของราคาน้ำมัน จากการที่องค์การกลุ่มประเทศผู้ส่งน้ำมันออก(โอเปก) ปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันลง ประกอบกับสหรัฐฯห้ามไม่ให้นำเข้าน้ำมันจะอิหร่าน หนุนราคาสัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้า WTI จนแตะระดับสูงสุดในรอบ 6 เดือน ซึ่งมีราคาเป็นบวกได้ประมาณ 1 สัปดาห์ก็มีเหตุการณ์ที่ทำให้ราคาปรับตัวลดลงคือ ตัวเลขสต็อกน้ำมันในสหรัฐฯที่เพิ่มปริมาณมากขึ้น แต่ราคาที่ลดลงก็ยังถือว่าใกล้เคียงกับตัวเลขสูงสุดในรอบ 6 เดือน
นางสาววิลาสินี กล่าวว่า ส่วนปัจจัยในประเทศ เป็นเรื่องของค่าเงินบาทที่อ่อนตัวลง ซึ่งจะเห็นว่าในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับตัวลงมาอยู่ที่ 32 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นผลกระทบจากการรายงานตัวเลขส่งออกที่ติดลบในช่วงที่ผ่านมา และมีแนวโน้มว่าทั้งปีอาจจะไม่สามารถทำได้ตามเป้าหมายที่กระทรวงพาณิชย์ตั้งเป้าไว้ที่ 8% ทำให้เห็นว่ามีหลายสำนักเริ่มออกมาปรับคาดการณ์จีดีพีของไทย เพราะมีการปรับลดเป้าการส่งออกลง ทำให้นักลงทุนต่างชาติขาดความมั่นใจ จึงมีการขาดพอร์ตการลงทุนเพื่อลดความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น โดยเรื่องการเมืองก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่มีส่วนในการกดดันตลาดหุ้นไทย เนื่องจากมีการเลือกตั้งครบ 1 เดือนแล้ว แต่คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ก็ยังคงหาสูตรคำนวณ ส.ส.แบบปาร์ตี้ลิสต์อยู่ แต่ก็ต้องรอดูว่าภายในวันที่ 9 พฤษภาคมนี้ จะมีอะไรชัดเจนมากขึ้น
“หากดูเรื่องเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศ(ฟันด์โฟลว์) จะเห็นว่าตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมานักลงทุนต่างชาติยังขายสุทธิอยู่ราวๆ 1 หมื่นล้านบาท แต่ก็ยังมีความหวังว่าในเดือนพฤษภาคมนี้ การที่ดัชนี MSCI มีการปรับสูตรคำนวณใหม่ อาจจะเป็นส่วนช่วยดึงดูดเม็ดเงินลงทุนเข้ามามากขึ้น ทำให้เป็นความหวังและต้องติดตามกันต่อไป สำหรับกลยุทธ์ในการลงทุนที่แนะนำ เนื่องจากดัชนีเคลื่อนไหวในกรอบแคบ มีการปรับตัวขึ้นลงอยู่ตลอดเวลา ทำให้ต้องเลือกลงทุนในหุ้นที่มีเรื่องราวและมีโอาสทำกำไรเพิ่มได้”นางสาววิลาสินีกล่าว
ส่วนหุ้นเด่นจะเป็นตัวไหน ไปติดตามในรายการคลุกวงหุ้นเลยค่ะ!

