เมื่อวันที่ 28 เมษายน นายสมชาย หาญหิรัญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยถึงความคืบหน้าการพัฒนาอุตสาหกรรมชีวภาพของไทยองค์ประกอบของเศรษฐกิจชีวภาพ(ไบโอชีวภาพ) ว่า เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2562 คณะรัฐมนตรี(ครม.) มีมติรับทราบความก้าวหน้าการดำเนินงานภายใต้มาตรการพัฒนาอุตสาหกรรมชีวภาพของไทย ปี พ.ศ. 2561-2570 และรับทราบการเตรียมการลงทุนของภาคเอกชนในพื้นที่เพิ่มเติม 3 จังหวัด ตามที่กระทรวงอุตสาหกรรมเสนอ ประกอบด้วย จ.ฉะเชิงเทรา จ.อุบลราชธานี และจ.ลพบุรี จากพื้นที่นำร่องเดิมในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซี) เขตพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง (จ.นครสวรรค์ และจ.กำแพงเพชร) และเขตพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง (จ.ขอนแก่น) โดยกระทรวงอุตสาหกรรมจะเร่งผลักดันให้เกิดการลงทุน ร่วมกับกระทรวงการคลังเร่งออกมาตรการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีเพื่อส่งเสริมการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อ เพื่อดันไทยเป็นศูนย์กลางด้านชีวภาพ(ไบโอฮับ)ของอาเซียนโดยเร็ว
“พบว่า 3 จังหวัดใหม่มีความพร้อมด้านการลงทุนจากเอกชน ประเมินมูลค่าอยู่ที่ 97,400 ล้านบาท ส่วนกลุ่มจังหวัดแรกที่ประกาศเป็นพื้นที่ลงทุนไบโอชีวภาพนั้น มีการลงทุน 50,740 ล้านบาท แบ่งเป็น ในพื้นที่อีอีซี ลงทุนแล้ว 9,740 ล้านบาท ผลิตน้ำยาล้างไต พลาสติกชีวภาพ และการผลิตเมทิลเอสเทอร์ และคาดว่าจะเกิดมูลค่าการลงทุนนครสวรรค์ อีก 41,000 ล้านบาท ปี 2564 โดยกระทรวงฯ กำลังเร่งปรับปรุงประกาศ เรื่องการให้ตั้งโรงงานที่ใช้อ้อยเป็นวัตถุดิบในทุกท้องที่ได้ และปรับปรุง พ.ร.บ. อ้อยและน้ำตาลทรายให้สามารถนำน้ำอ้อยไปผลิตสินค้าชนิดอื่นได้ พร้อมเพิ่มประเภทกิจการอุตสาหกรรมชีวภาพ ให้สามารถตั้งโรงงานได้”นายสมชายกล่าว
นายสมชายกล่าวว่า จ.อุบลราชธานี ปัจจุบันกรมโยธาธิการและผังเมือง ได้แก้ไขปรับสีผังเมืองของพื้นที่โรงงานจากพื้นที่สีเขียวเป็นสีม่วงแล้ว ทำให้ภาคเอกชนสามารถวางแผนการผลิตผลิตภัณฑ์ชีวภาพ อาทิ อาหารทางการแพทย์ สารสกัดจากพืช ผัก และสมุนไพรอินทรีย์ และกำลังผลักดันการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมอุบลราชธานี ต.นากระแซง อ.เดชอุดม ขนาดพื้นที่ 2,313 ไร่ 215 ตารางวา มูลค่า 2,990 ล้านบาท ด้วย ดังนั้นจ.อุบลราชธานี จึงเหมาะสม
นายสมชายกล่าวว่า ขณะที่ จ.ฉะเชิงเทรา เอกชนเตรียมลงทุน 2 โครงการ ประกอบด้วย โครงการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมบลูโอลิโอเทค ซิตี้ ขนาด 998 ไร่ มูลค่า 12,500 ล้านบาท ต.สองคลอง อ.บางปะกง มีแผนการลงทุนผลิตอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ ที่เป็นอุตสาหกรรมนวัตกรรมใหม่ และ โครงการไบโอ ฮับ เอเซีย ขนาด 3,500 ไร่ มูลค่า 50,000 ล้านบาท ต.เขาหินซ้อน อ.พนมสารคาม มีแผนการผลิตผลิตภัณฑ์หลายชนิด อาทิ ด้านพลังงาน อาหาร เครื่องสำอาง โดยการลงทุนนี้อยู่ในพื้นที่อีอีซี ดังนั้นปัจจุบันจึงอยู่ระหว่างเสนอคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(กพอ.) หรือบอร์ดอีอีซี มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน พิจารณาอนุมัติสิทธิประโยชน์อีอีซี
นายสมชายกล่าวว่า สำหรับจังหวัดลพบุรี กระทรวงฯ เร่งผลักดันให้ภาคเอกชนร่วมกับกลุ่มเกษตรกรจัดทำแผนการลงทุนโครงการลพบุรีไบโอคอมเพล็กซ์ ขนาด 2,500 ไร่ มูลค่าการลงทุน 32,000 ล้านบาท ต.หนองเมือง ต.ดอนดึง อ.บ้านหมี่ มีแผนการลงทุนผลิตอุตสาหกรรมที่เน้นเทคโนโลยีและนวัตกรรมขั้นสูงด้านการแปรรูปผลิตผลทางการเกษตรและพลังงานทดแทน ได้แก่ เอทานอลจากน้ำอ้อย เชื้อเพลิงชีวมวล ก๊าซชีวภาพ ปุ๋ยชีวภาพ และสารเคมีชีวภาพ

