หน้าแรก เศรษฐกิจ สคร.ดันลงทุนร...

สคร.ดันลงทุนรัฐวิสาหกิจ ดันพีพีพี6โครงการ 8.5 หมื่นล.

29.04.19 | 12:59 น.

นายประภาศ คงเอียด ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ(สคร.) เปิดเผยถึงการลงทุนของรัฐวิสาหกิจ ว่า ในช่วงรอยต่อรัฐบาล สคร.กำชับให้รัฐวิสาหกิจลงทุนตามแผนงานวางไว้แบบกระตือรือร้นต้องไม่เกียร์ว่างระหว่างรอรัฐบาลใหม่ เพื่อให้การลงทุนรัฐวิสาหกิจมีส่วนในการช่วยดูแลเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตามในเดือนเมษายนต่อเนื่องไปถึงพฤษภาคม เป็นเดือนมีวันหยุดมาก ดังนั้นการเบิกจ่ายลงทุนอาจจะน้อยกว่าแผนวางไว้

นายประภาศ กล่าวว่า ผลการเบิกจ่ายงบลงทุนในปี 2562 ของรัฐวิสาหกิจ 45 แห่ง ที่ สคร. กำกับดูแลโดยตรงจนถึงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2562 มีผลการเบิกจ่ายงบลงทุนสะสมจำนวน 51,683 ล้านบาท หรือคิดเป็น 62% ของแผนการเบิกจ่ายสะสม โดยรัฐวิสาหกิจส่วนใหญ่สามารถเบิกจ่ายงบลงทุนได้ตามเป้าหมาย แต่ผลการเบิกจ่ายงบลงทุนค่อนข้างต่ำมีสาเหตุหลักจากการเบิกจ่ายที่ล่าช้าต่อเนื่องของโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย – จีน ระยะที่ 1 ของการรถไฟแห่งประเทศไทย และโครงการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ปีงบประมาณ 2554 – 2560) ของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)

นายประภาศ กล่าวว่า ทั้งนี้ในการเบิกจ่ายงบลงทุนสะสมของรัฐวิสาหกิจ 45 แห่ง แบ่งเป็นการเบิกจ่ายของรัฐวิสาหกิจปีงบประมาณ 34 แห่ง ที่เบิกจ่ายได้ 35,540 ล้านบาท หรือคิดเป็น 52% ของแผนการเบิกจ่ายงบลงทุนสะสม 5 เดือน (ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2561 – กุมภาพันธ์ 2562) และการเบิกจ่ายของรัฐวิสาหกิจ ปีปฏิทิน 11 แห่ง เท่ากับ 16,143 ล้านบาท หรือคิดเป็น 111% ของแผนการเบิกจ่ายงบลงทุนสะสม 2 เดือน (ตั้งแต่เดือนมกราคม 2562 – กุมภาพันธ์ 2562) โดยมีโครงการลงทุนขนาดใหญ่ที่สามารถเบิกจ่ายได้เกินกว่าเป้าหมาย อาทิ โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี ของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย โครงการปรับปรุงระบบส่งไฟฟ้าภาคตะวันตกและภาคใต้เพื่อเสริมความมั่นคงระบบไฟฟ้าของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และงานก่อสร้างปรับปรุงขยายของการประปาส่วนภูมิภาค

“การเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 ในภาพรวมรัฐวิสาหกิจสามารถเบิกจ่ายงบลงทุนได้ดี โดยส่วนใหญ่เป็นโครงการขนาดใหญ่เกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภคเพื่อรองรับการให้บริการประชาชน ซึ่ง นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กำชับให้รัฐวิสาหกิจเบิกจ่ายงบลงทุนให้ได้ตามเป้าหมาย เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการรักษาระดับการเติบโตของเศรษฐกิจให้ยังคงมีความต่อเนื่อง”นายประภาศกล่าว

นายประภาศกล่าวต่อว่า ส่วนแผนการลงทุนรัฐและเอกชน(พีพีพี) ในปี 2562 มีโครงการที่รัฐมนตรีกระทรวงเจ้าสังกัดเห็นชอบแล้ว และอยู่ระหว่างการดำเนินการจำนวน 6 โครงการ มูลค่ารวม 85,067 ล้านบาท ประกอบด้วย 1.โครงการบริหารจัดการท่าเทียบเรือสาธารณะเพื่อขนถ่ายสินค้าเหลว ของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย มูลค่า 13,000 ล้านบาท 2.โครงการทางพิเศษสายกะทู้-ป่าตองจังหวัดภูเก็ต ของการทางพิเศษแห่งประเทศไทยมูลค่าลงทุน 14,177 ล้านบาท 3.โครงการเคหะชุมชนเชียงใหม่ หนองหอย ของการเคหะแห่งชาติ(กคช.)มูลค่า 5,550 ล้านบาท 4.โครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดงระยะที่ 3 และระยะที่ 4 ซึ่งองรับผู้อยู่อาศัยใหม่ ของกคช.มูลค่า 39,885 ล้านบาท 5.โครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยและพาณิชยกรรมตามเส้นทางโครงการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน ของ กคช.มูลค่า 4,235 ล้านบาท และ6.โครงการศูนย์การแพทย์กระทรวงสาธารณสุข ของกรมการแพทย์ มูลค่า 8,220 ล้านบาท

Advertisement

“ทั้ง 6 โครงการดังกล่าวต้องมีการเสนอเข้าคณะกรรมการ(บอร์ด)พีพีพีอีกในช่วงปี 2562 หากโครงการมีความพร้อมจะทยอยเสนอเข้าบอร์ดพีพีพี ไม่จำเป็นต้องรอรัฐบาลใหม่ เท่าที่ดูโครงการที่มีความพร้อมที่สุดคือ โครงการศูนย์การแพทย์กระทรวงสาธารณสุข ของกรมการแพทย์ มูลค่า 8,220 ล้านบาทน่าจะเสนอให้บอร์ดพีพีพีเห็นชอบภายในเร็วๆ นี้ ซึ่งโครงการศูนย์การแพทย์ฯ สคร.อยากให้เกิดเร็วที่สุด เพราะเป็นโครงการด้านสังคม และจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนหากโครงการดำเนินการเสร็จเร็ว”นายประภาศกล่าว