ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี สั่งการให้มีการประชุมร่วมทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาราคาปาล์มตกต่ำในขณะนี้ ที่ทำเนียบรัฐบาล ในบ่ายวันที่ 29 เมษายน ซึ่งในส่วนของกระทรวงพาณิชย์ ได้นำเสนอแนวทางการดูแลที่อยู่ระหว่างการดำเนินการ โดยเฉพาะการให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย กฟผ นำสต็อกน้ำมันปาล์ม 1.6 แสนตันเพื่อการผลิตไฟฟ้า และผลักดันผู้ผลิตน้ำมันนำไปผลิตดีเซลบี 20
นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ได้เข้าหารือร่วมกับผู้เกี่ยวข้องทั้งเกษตรกร โรงกลั่น โรงสกัด เพื่อประเมินถึงสถานการณ์ราคาปาล์มตกต่ำ และรายงานความคืบหน้าในการดูแลที่อยู่ระหว่างการดำเนินการ
ด้านนายชโยดม สุวรรณวัฒนะ ประธานกลุ่มคนปลูกปาล์มแห่งประเทศไทย กล่าวว่า มาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มในช่วงที่ผ่านมา ไม่สามารถแก้ปัญหาราคาปาล์มตกต่ำได้ สาเหตุมาจากข้อมูลที่ไม่ชัดเจนทั้งพื้นที่ปลูก ปริมาณผลผลิต และสต๊อกน้ำมันปาล์ม ทำให้ไม่สามารถบริหารจัดการได้ และที่ออกมาระบุว่าปัญหาราคาปาล์มที่ตกต่ำช่วงนี้มาจากปัญหาผลผลิตล้นตลาดนั้น เป็นเพียงข้ออ้างเนื่องจากฤดูกาลปกติที่ผลผลิตปาล์มจะออกสู่ตลาดมากอยู่ในช่วงนี้อยู่แล้ว
นายชโยดม กล่าวว่า โดยเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสำรวจพื้นที่ปลูกที่แท้จริงเนื่องจากปัจจุบันพื้นที่ปลูกปาล์มเพิ่มขึ้นจากเดิม ทั้งพื้นที่บุกรุกและพื้นที่ที่มีโฉนด และเห็นว่ามาตรการช่วยเหลือที่ผ่านมา เช่น ให้ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)รับซื้อน้ำมันปาล์ม เพื่อดึงราคาปาล์มจากเกษตรกรให้อยู่ที่กิโลกรัมละ 3.20 บาท มีเงื่อนไขว่าปาล์มจะต้องมีเปอร์เซ็นต์น้ำมัน 18 %เท่านั้น โดยข้อเท็จจริงปาล์มที่ได้เปอร์เซ็นต์น้ำมันตามที่ระบุมีน้อย เกษตรกรจึงขายได้ราคาต่ำกว่า 3.20
นอกจากนี้ ยังเสนอให้ติดมิเตอร์ที่โรงสกัดเพื่อตรวจเช็คปริมาณน้ำมันเข้าออกรวมทั้งตรวจคุณภาพน้ำมัน และการส่งเสริมการใช้น้ำมันบี 100 และเข้มงวดกับการลักลอบนำเข้าน้ำมันปาล์ม เชื่อว่าจะสามารถแก้ปัญหาราคาปาล์มตกต่ำในระยะยาวได้

