“เจ๊ติ๋ม ทีวีพูล” ไม่ขอเอี่ยวสิทธิอุ้มทีวีแล้ว (มีคลิป)

29.04.19 | 17:34 น.

นางพันธุ์ทิพา ศกุณต์ไชย หรือเจ๊ติ๋ม ทีวีพูล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยทีวีพูล จำกัด และบริษัท ไทยทีวี จำกัด เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2562 ได้เข้ายื่นหนังสือถึง นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) เนื่องจากต้องการทราบรายละเอียด หลักเกณฑ์ และขอบเขต ของคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 4/2562 เรื่องมาตรการแก้ไขปัญหาการประกอบกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม ว่ามีประโยชน์กับบริษัทอย่างไรหรือไม่ ทั้งนี้ บริษัทได้ยื่นหนังสือถึงที่ประชุม กสทช. เพื่อขอยกเลิกใบอนุญาตประกอบกิจการทีวีดิจิทัลทั้ง 2 ช่อง และได้ยุติการออกอากาศตั้งแต่ปี 2558

นางพันธุ์ทิพา กล่าวว่า จากการเข้ายื่นหนังสือจึงทราบว่า คำสั่งดังกล่าวสำหรับผู้ที่ถือครองใบอนุญาตประกอบกิจการทีวีดิจิทัลเท่านั้น ส่วนมาตรการเยียวยา สำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการปรับเปลี่ยนโครงข่าย และการคืนใบอนุญาต อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะอนุกรรมการประเมินมูลค่าคลื่นความถี่ย่าน 700 เมกะเฮิรตซ์ อีกครั้ง

” บริษัทยืนยันว่า จะไม่เข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือกิจการทีวีดิจิทัลดังกล่าว เพราะบริษัทได้ขอยกเลิกใบอนุญาตประกอบกิจการทีวีดิจิทัลทั้ง 2 ช่องแล้ว จึงไม่อยู่ในเงื่อนไขที่จะได้รับการช่วยเหลือ โดย กสทช. จะส่งหนังสือชี้แจงในรายละเอียดกลับมาอีกครั้ง” นางพันธุ์ทิพา กล่าว

นางพันธุ์ทิพา กล่าวว่า ส่วนกรณีบริษัทได้ยื่นฟ้อง กสทช. โดยศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาว่า กสทช. กระทำผิดสัญญาที่ได้ประกาศชี้ชวนไว้กับบริษัทจริง ดังนั้น บริษัทจึงมีสิทธิบอกเลิกสัญญา จากนั้น กสทช. ได้ยื่นอุทธรณ์ต่อคำพิพากษา ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของศาลปกครองสูงสุด ขณะนี้ก็ได้ยื่นอุทธรณ์ต่อคำพิพากษา เพื่อเรียกเงินคืนและค่าเสียหายเป็นเงินจำนวน  1,134,991,689 บาท เพราะ กสทช. ผิดสัญญาและละเลยต่อหน้าที่ ดังนั้น กสทช. ต้องเป็นผู้รับผิดชอบและชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมดให้แก่บริษัท

Advertisement

“ คาดว่า อก 1 ปี ศาลน่าจะมีคำพิพากษาตัดสินออกมา และไม่ว่าจะออกมาในทิศทางใดก็พร้อมน้อมรับ เชื่อว่า จะมีผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลคืนใบอนุญาต จำนวน 3 ช่อง จากเดิมที่มีกระแสข่าวว่าจะคืน 5 ช่อง เพราะ กสทช. ยังไม่มีข้อมูลรอบด้าน และมีความล่าช้าในการตั้งคณะอนุกรรมการในการแก้ปัญหา ทำให้ผู้ประกอบการเกิดความลังเล ตัดสินใจที่ยากมาก เพราะถ้าคืนแล้ว จะกลับมาทำธุรกิจอีกยากมาก” นางพันธุ์ทิพา กล่าว

นางพันธุ์ทิพา กล่าวว่า การตัดสินในยกเลิกใบอนุญาตประกอบกิจการทีวีดิจิทัลทั้ง 2 ช่อง และได้ยุติการออกอากาศตั้งแต่ปี 2558 รู้สึกว่า เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง และเหมาะสมที่สุดแล้ว เพราะปัจจุบันได้เห็นถึงสถานการณ์ของทีวีดิจิทัลที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากการถูกดิจิทัลดิรัปชั่น

“เสนอให้ กสทช. นำเงินจากกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการ โทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์ สาธารณะ (กทปส.) ออกมาช่วยเหลือผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลแทนการรอเงินจากการจัดสรรคลื่นความถี่ย่าน 700 เมกะเฮิรตซ์ ที่จะได้รับจากผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ (โอเปอเรเตอร์) ในปี 2563” นางพันธุ์ทิพา กล่าว