“ช.การช่าง” มั่นใจรบ.ตู่ ลุยประมูลงานรัฐ รวมมูลค่าหลายแสนล้าน โชว์กำไรเบาๆ 2.5 พันล้าน

30.04.19 | 17:52 น.

นางสาวสุภามาส ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ช. การช่าง จำกัด (มหาชน) หรือ CK กล่าวว่า ในปี 2561 บริษัทมีรายได้รวม 31,176 ล้านบาท กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัท จำนวน 2,494 ล้านบาท มีอัตรากำไรขั้นต้นที่ 7.92% ซึ่งเป็นไปตามแผนที่ตั้งไว้ ซึ่งในช่วงสิ้นปี 2561 บริษัทฯ มีงานในมือมูลค่ากว่า 48,965 ล้านบาท ในปีนี้บริษัทตั้งเป้ารายได้ไว้ที่ประมาณ 25,000-30,000 ล้านบาท โดยเป็นเป้าหมายที่คาดการณ์ไว้ตามแนวโน้มการเติบโตของอุตสาหกรรมก่อสร้างในอีก 2-3 ปีข้างหน้า

ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้มุ่งเน้นพัฒนาโครงการที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่มีความพร้อมที่จะออกประมูล รวมถึงโครงการร่วมทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (พีพีพี) ซึ่งมีมูลค่ารวมทั้งสิ้นประมาณ 1.77 ล้านล้านบาท อาทิ โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ระยะที่ 1 ระหว่างกรุงเทพฯ-นครราชสีมา มูลค่า 179,412 ล้านบาท, โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตก ศูนย์วัฒนธรรม-บางขุนนนท์ มูลค่า 143,000 ล้านบาท, โครงการทางสายพิเศษสายพระราม 3-ดาวคะนองมูลค่า 30,437 ล้านบาท, โครงการมอเตอร์เวย์ สายบางปะอิน-นครราชสีมา วงเงินลงทุน 84,600 ล้านบาท, รถไฟทางคู่เฟส 2 รวม 9 เส้นทาง มูลค่ารวม 397,084 ล้านบาท, โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน มูลค่า 224,544.36 ล้านบาท และโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภามูลค่า 200,000 ล้านบาท เป็นต้น

นางสาวสุภามาส กล่าวว่า ในส่วนของความคืบหน้าโครงการ ในเดือนเมษายน 2562 ประกอบด้วย โครงการเขื่อนไซยะบุรี สปป.ลาว มูลค่า 135,000 ล้านบาท มีความคืบหน้า 93% โดยคาดว่าจะเริ่มเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ในช่วงไตรมาสที่ 4 ปี 2562, โครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน (ส่วนต่อขยาย) สัญญา 2 ความคืบหน้ากว่า 99%, โครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน (ส่วนต่อขยาย) สัญญาที่ 6 ความคืบหน้า 60% ซึ่งจะมีการเปิดให้บริการรถไฟฟ้าฯช่วงหัวลำโพง-หลักสอง จำนวน 11 สถานี โดยในเดือนกรกฎาคม 2562 จะมีขบวนรถไฟมาเพิ่ม 9 ขบวน, เดือนกันยายน 2562 มาเพิ่ม 6 ขบวน และในเดือนกุมภาพันธ์ 2563 จะมีขบวนรถไฟมาเพิ่มอีก 19 ขบวน บวกกับของเดิมที่มีอยู่ 1 ขบวน รวมเป็น 35 ขบวน และโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม (ศูนย์วัฒนธรรม – มีนบุรี) สัญญาที่ 1, 2 และ 5 มีความคืบหน้า 20%

นางสาวสุภามาส กล่าวว่า สำหรับโครงการในต่างประเทศ ที่เน้นโครงการในโซนเอเชีย และด้านการประมูลงานก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ที่มีความเสี่ยงน้อยและผลตอบแทนที่เหมาะสม โดยบริษัทในกลุ่มกำลังดำเนินการศึกษาแนวทางในการลงทุน และช.การช่างพร้อมมารับงานก่อสร้าง ได้แก่ โครงการก่อสร้างทางด่วนย่างกุ้งในประเทศเมียนมา มูลค่า 400 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ และโครงการพัฒนาระบบน้ำประปาในประเทศศรีลังกา รวมถึงโครงการไฟฟ้าพลังน้ำในสปป.ลาว ซึ่งบริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) กำลังเจรจากับรัฐบาลลาว คาดว่าจะเห็นความคืบหน้าเร็ว ๆ นี้

สำหรับความคืบหน้าโครงการรถไฟฟ้าเชื่อม 3 สนามบิน (ไฮสปีดเทรน) เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) นางสาวสุภมาส กล่าวว่า ฝ่ายเอกชนและการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.)เจรจาเรียบร้อยแล้ว มีการร่างสัญญาให้อัยการพิจารณาแล้ว กำหนดเสนอร่างสัญญาดังกล่าวต่อคณะรัฐมนตรี(ครม.) พิจารณาในวันที่ 28 พฤษภาคมนี้ ก่อนกำหนดวันลงนามสัญญาในวันที่ 15 มิถุนายน ตามกรอบเวลาที่กำหนดไว้ “ความเสี่ยงของการประมูลโครงการขนาดใหญ่ของรัฐเชื่อว่าจะไม่มีการชะลอมากนัก เชื่อว่ายังสามารถไปต่อได้เพราะรัฐบาลปัจจุบัน (พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี) ยังมีอำนาจดำเนินการได้

Advertisement