หน้าแรก เศรษฐกิจ พณ.โชว์ 4 ปัจ...

พณ.โชว์ 4 ปัจจัยหลัก ดันเงินเฟ้อเม.ย.เพิ่ม 1.23% ชี้ถึงเวลาขยับค่าแรง

1.05.19 | 13:32 น.

น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของประเทศ (เงินเฟ้อ) เดือนเมษายน 2562 เท่ากับ 102.82 เพิ่มขึ้น 0.44% จากเดือนมีนาคม 2562 และเพิ่มขึ้น 1.23% เทียบกับเดือนมีนาคม 2561 ชะลอตัวลงเล็กน้อยจากเดือนมีนาคม 2562 เพิ่มขึ้น 1.24% ส่วนเงินเฟ้อรวม 4 เดือนของปี 2562 เพิ่มขึ้น 0.86%

น.ส.พิมพ์ชนกกล่าวว่า สาเหตุที่ทำให้เงินเฟ้อเดือนเมษายน 2562 เพิ่มสูงขึ้น มาจากการเพิ่มขึ้นของสินค้าหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ 2.20% สินค้าสำคัญที่ราคาสูงขึ้น เช่น ข้าวแป้งและผลิตภัณฑ์จากแป้ง เพิ่ม 3.33% เนื้อสัตว์ เป็ดไก่และสัตว์น้ำ เพิ่ม 3.33% ไข่และผลิตภัณฑ์นม เพิ่ม 0.29% ผักและผลไม้ เพิ่ม 4.26% เครื่องประกอบอาหาร เพิ่ม 3.39% เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ เพิ่ม 0.66% อาหารบริโภคในบ้าน เพิ่ม 0.75% นอกบ้าน เพิ่ม 1.80% ขณะที่หมวดอื่นๆ ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม เพิ่ม 0.67% สินค้าสำคัญที่ราคาสูงขึ้น เช่น เครื่องนุ่งห่มและรองเท้า เพิ่ม 0.358% เคหสถาน เพิ่ม 0.52% การตรวจรักษาและบริการส่วนบุคคล เพิ่ม 0.34% การขนส่งและการสื่อสาร เพิ่ม 1.06% การบันเทิงการอ่านและการศึกษา เพิ่ม 0.32% ยาสูบและเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์ ลดลง 0.03%

“สาเหตุที่ทำให้เงินเฟ้อเมษายนสูงขึ้น จากสินค้ากลุ่มอาหาร โดยเฉพาะอาหารสด เพิ่ม 3.30% เช่น เนื้อหมู ราคาเพิ่มขึ้นเกือบทั้งประเทศ รวมถึงเป็ด ไก่ ส่วนผักสดเพิ่มสูงถึง 12.74% จากอากาศร้อน ผลผลิตเข้าสู่ตลาดลดลง เช่น ต้นหอมราคาเพิ่ม 70% มะนาว 29% รวมถึงพริกสด ถั่วฝักยาว ผักชี กลุ่มที่ไม่ใช่อาหารก็สูงขึ้น อย่างพลังงาน ค่าเช่าบ้านเพิ่มขึ้น 2-3 เดือนแล้ว รวมถึงค่าโดยสารรถสาธารณ” น.ส.พิมพ์ชนกกล่าวและว่าสำหรับเงินเฟ้อพื้นฐานที่หักสินค้ากลุ่มอาหารและพลังงานออก เพิ่มขึ้น 0.06% เมื่อเทียบกับเดือนมี.ค.2562 และเพิ่มขึ้น 0.61% เมื่อเทียบกับเดือน มี.ค.2561 และเฉลี่ย 4 เดือน เพิ่มขึ้น 0.62% จึงทำให้เดือนเมษายนมีราคาสูงขึ้น 243 รายการ ราคาไม่เปลี่ยนแปลง 84 รายการ และราคาลดลง 95 รายการ เช่น กระเทียม เงาะ ส้มเขียวหวาน ลองกอง กล้วยน้ำว้า องุ่น กุ้งขาว น้ำยาปรับผ้านุ่ม และแป้งทาผิวกาย

น.ส.พิมพ์ชนกกล่าวว่า แนวโน้มเงินเฟ้อยังคงเพิ่มขึ้น จากการบริโภคสูงขึ้น แม้ว่ารายได้ภาคเกษตรจะลดลง แต่มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นจากมาตรการช่วยเหลือของรัฐบาล โดยต้องจับตาปัญหาภัยแล้ง จะกระทบต่อราคาสินค้ากลุ่มอาหารให้ราคาขึ้นๆ ลงๆ ตลอดทั้งปี ส่วนปัจจัยราคาน้ำมัน มองว่า ไม่น่าจะส่งผลกระทบมาก เพราะในไตรมาสที่ 2-4 ของปีที่แล้ว ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น ทำให้ฐานปีก่อนสูง การเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันในปีนี้ จึงไม่น่าจะขึ้นมาก คาดว่าอัตราเฉลี่ยของน้ำมันดิบดูไบอยู่ที่ 60-70 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์คาดว่า เงินเฟ้อทั้งปี 2562 กรอบคาดการณ์อยู่ที่ 0.7-1.7 % โดยมีค่ากลาง 1.2%

น.ส.พิมพ์ชนก กล่าวว่า สนค. เห็นว่า ถึงเวลาที่ต้องมีการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ซึ่งจำเป็นต้องมีการพิจารณาอย่างรอบคอบในหลายด้าน ปัจจุบันอัตราค่าครองชีพในแต่ละจังหวัดไม่เท่ากัน จึงเห็นว่า ไม่จำเป็นที่ต้องมีการปรับขึ้นพร้อมกันทั่วทั้งประเทศ ทั้งนี้ คณะกรรมการค่าจ้างอยู่ระหว่างการพิจารณา โดยจะมีการประชุมร่วมกันในวันที่ 10 พฤษภาคมนี้

Advertisement