นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจความเชื่อมั่นผู้บริโภคเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยเดือนเมษายน 2562 ว่า ปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 ต่ำสุดในรอบ 16 เดือน นับตั้งแต่เดือนมกราคม 2561 โดยปรับตัวลดลงจาก 67.6 ในเดือนที่ผ่านมา อยู่ที่ 66.2 โดยผู้บริโภคที่ทำสำรวจส่วนใหญ่คิดเป็น 56.7% ระบุว่าเศรษฐกิจอยู่ในระดับแย่ สะท้อนว่าผู้บริโภคส่วนใหญ่รู้สึกว่าภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันยังไม่ดีเท่าที่ควร
ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเกี่ยวกับโอกาสในการหางานทำ เดือนเมษายน 2562 ลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 และต่ำสุดในรอบ 4 เดือนนับตั้งแต่เดือนมกราคม 2562 จาก 75.9 เป็น 74.7 ทั้งนี้ผู้บริโภคที่เห็นว่าโอกาสในการหางานทำอยู่ในระดับปานกลาง คิดเป็น 51.5% ของผู้ตอบแบบสอบถาม ดังนั้นผู้บริโภคยังขาดความเชื่อมั่นเกี่ยวกับการจ้างงาน โอกาสในการหางานทำไม่ดีมากนักตามภาวะเศรษฐกิจที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเกี่ยวกับรายได้ในอนาคต เดือนเมษายน 2562 ปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 อยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 17 เดือน นับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2560 จาก 98.4 เป็น 96.7
นายธนวรรธน์กล่าวว่า การที่ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคปรับตัวลดลง เกิดจาก 3 ปัจจัย ได้แก่ 1.กำลังซื้อในภูมิภาคต่างๆ ยังไม่โดดเด่นเพราะราคาพืชผลทางการเกษตรไม่สูงนัก 2.เศรษฐกิจฟื้นตัวช้า ผู้บริโภคไม่กล้าจับจ่าย และ 3.การเมืองไม่แน่นอน ทำให้ผู้บริโภคเห็นภาพที่ไม่ชัดเจนว่า เศรษฐกิจไทยจะสามารถเติบโตได้มากน้อยอย่างไร สอดคล้องกับดัชนีความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมืองเดือนเมษายน 2562 พบว่า ปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 และต่ำสุดในรอบ 58 เดือนนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2557 โดยดัชนีปรับตัวลดลงจาก 75.6 เทียบกับ 80.5 ของเดือนมีนาคม 2562
“มีความเป็นไปได้สูงว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีภายในกรอบรัฐธรรมนูญที่ให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) และสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) เป็นผู้เลือกนายกรัฐมนตรี แต่ยังไม่แน่ใจว่ารัฐบาลชุดที่จะเกิดขึ้นนี้จะมีที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎร เกินครึ่งหรือไม่ และเกินครึ่งมากน้อยแค่ไหน และรัฐบาลจะมีอายุยืนยาวแค่ไหน ทั้งจะมีการชุมนุมนอกสภาเกิดขึ้นหรือไม่ โดยทั้งหมดนี้ ทำให้ผู้บริโภคกังวล ซึ่งความกังวลนี้จะยังคงอยู่จนกว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะประกาศจำนวนที่นั่ง ส.ส.อย่างเป็นทางการ และได้รัฐบาลที่มีเสถียรภาพ คือได้รัฐบาลแบบผสมที่มีจำนวนเสียงเกินกว่า 250 เสียง ค่อนข้างมาก จากนั้นประชาชนจึงจะมีความมั่นใจเพิ่มขึ้น โดยจะเห็นสัญญาณของผู้บริโภคได้ชัดเจนขึ้นในเดือนพฤษภาคม หลังจากที่ กกต.ประกาศตัวเลขจำนวน ส.ส.อย่างเป็นทางการ และจากการสรรหานายกรัฐมนตรีได้ ต้องจับตาความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในเดือนมิถุนายน ว่าจะมีผลอย่างไรต่อไป”

