นายพิศิษฐ์ เสรีวิวัฒนา กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (เอ็กซิมแบงก์) เปิดเผยว่า ปีนี้มีแนวโน้มเศรษฐกิจโลกชะลอตัวอย่างเห็นได้ชัดคาดว่าจะโตต่ำสุดรอบ 3 ปี อยู่ที่ 2.7-3.3% ประกอบกับสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนจะมีผลต่อการส่งออกของไทยปีนี้ขยายตัวได้เพียง 3-4% โดยไตรมาสแรกการส่งออกต่ำสุด หลังจากนั้นน่าจะฟื้นตัวกลับมาช่วงครึ่งปีหลัง ดังนั้นผู้ส่งออกของไทยควรหาตลาดที่ยังมีศักยภาพ โดยเฉพาะในกลุ่มตลาดประเทศเกิดใหม่ รวมทั้ง CLMV (กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา และเวียดนาม) โดยพบว่าประเทศในกลุ่มนี้มีการขยายตัวปีที่ผ่านมาสูงถึง 16.6% และปีนี้มีแนวโน้มขยายตัว 2 หลัก สินค้าที่ขยายตัวได้พีในกลุ่มประเทศ CLMV เช่น 1. สินค้าทุน อาทิ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เครื่องจักรกลการเกษตร 2.วัตถุดิบ อาทิ เคมีภัณฑ์ เม็ดพลาสติก และวัสดุก่อสร้าง 3. สินค้าอุปโภคบริโภค อาทิ เครื่องดื่ม ผลไม้สด อาหารสำเร็จรูป เสื้อผ้า เครื่องสำอาง และเครื่องประดับ
นายพิศิษฐ์กล่าวต่อว่า เอ็กซิมแบงก์เปิดบริการใหม่ เพื่อสนับสนุนเอสเอ็มอีที่ต้องการเริ่มต้นส่งออกไปยัง CLMV ได้แก่สินเชื่อเอ็กซิมเชื่อม SMEs ไทยสู่ CLMV (EXIM CLMV SMEs Credit) เป็นสินเชื่อหมุนเวียนก่อนและหลังการส่งออกไปยังกลุ่มประเทศ CLMV วงเงินสูงสุด 2 ล้านบาทต่อราย อัตราดอกเบี้ย Prime Rate -1.75% ต่อปี หรือ 4.50% ต่อปี (จากอัตรา Prime Rate ปัจจุบัน 6.25% ต่อปี) และลดอัตราดอกเบี้ยอีก 0.50% ต่อปีสำหรับลูกค้าประกันการส่งออก ระยะเวลาอนุมัติตั้งแต่บัดนี้ถึงสิ้นเดือนธันวาคม 2563
นายพิศิษฐ์กล่าวต่อว่า สำหรับบริการ ประกันส่งออก SMEs Easy เหมาะสำหรับผู้ที่มีแผนจะส่งออกหรือกำลังจะส่งออกในมูลค่าไม่สูงนักแต่ละครั้ง หรือกำลังจะไปเจรจาการค้าที่งานแสดงสินค้าในต่างประเทศ ให้ความคุ้มครองกว่า 140 ประเทศทั่วโลก ครอบคลุมกลุ่มประเทศ CLMV สามารถประกันสูงถึง 2 ล้านบาท เสียค่าประกัน 5,000 บาท หรือ 1 ล้านบาท เสียค่าประกัน 3,000 บาท ซึ่งให้คุ้มครอง 85% ของมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้น ซึ่งในสภาวะการส่งออกขณะนี้อยากแนะนำให้ผู้ประกอบการทำประกันส่งออก ถือว่าคุ้มมาก เพราะยังสามารถนำไปเป็นส่วนลดในการขอสินเชื่อกับธนาคารได้อีกด้วย
นายพิศิษฐ์กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ผลการดำเนินงานในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2562 ธนาคารมีเงินให้สินเชื่อคงค้าง 106,342 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16,653 ล้านบาท หรือ 18.57% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีก่อน แบ่งเป็นสินเชื่อเพื่อการค้า 35,394 ล้านบาท และสินเชื่อเพื่อการลงทุน 70,948 ล้านบาท สำหรับการให้บริการประกันการส่งออก ในไตรมาส 1 ปี 2562 มีปริมาณธุรกิจด้านการรับประกันการส่งออกและประกันความเสี่ยงการลงทุนเท่ากับ 25,775 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8,670 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีก่อน โดยเป็นปริมาณธุรกิจของเอสเอ็มอีจำนวน 6,939 ล้านบาท หรือ 26.92% ของปริมาณธุรกิจสะสมรวม ส่วนการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยขยายฐานการค้าและการลงทุนไปยังต่างประเทศ ปัจจุบันมีวงเงินที่ให้การสนับสนุนแก่สินเชื่อโครงการระหว่างประเทศรวมทั้งสิ้น 84,111 ล้านบาท และมีเงินให้สินเชื่อคงค้าง ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2562 จำนวน 40,771 ล้านบาท แบ่งเป็นสินเชื่อคงค้างให้แก่ผู้ประกอบการไทยที่ขยายฐานการค้าและการลงทุนไป CLMV จำนวน 29,372 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,512 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
นายพิศิษฐ์กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ปัจจุบันเอ็กซิมแบงก์มีสำนักงานผู้แทนในกรุงย่างกุ้ง เวียงจันทน์ และกรุงพนมเปญ ทำงานร่วมกับภาครัฐและเอกชนภายใต้ทีมประเทศไทย สร้างโอกาสการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นต่อการวางแผนและดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการใน CLM และพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ประกอบการอย่างมีประสิทธิภาพ และอยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ในการเปิดสำนักงานผู้แทนธนาคารในเวียดนามต่อไป

