“JCKH” ออกหุ้นกู้เสนอขายวงจำกัด เดินหน้าขยายสาขา ปักหมุดยอดขายโต 8-10%

2.05.19 | 14:53 น.

นายอภิชัย เตชะอุบล ประธานกรรมการ และประธานกรรมการบริหาร บริษัท เจซีเค ฮอสพิทอลลิตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ JCKH เปิดเผยว่า ในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2562 เมื่อวันที่ 30 เมษายนที่ผ่านมา ได้อนุมัติให้บริษัทฯ เสนอขายหุ้นกู้วงเงิน 500 ล้านบาท และอนุมัติให้เพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 156.32 ล้านบาท เป็น 203.21 ล้านบาท โดยออกหุ้นสามัญเพิ่มทุน 187.58 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.25 บาทเพื่อเสนอขายให้กับผู้ถือหุ้นเดิม และบุคคลในวงจำกัด ตามแบบมอบอำนาจทั่วไป โดยรายละเอียดของการจัดสรรให้กับผู้ถือหุ้นเดิมในจำนวน 125.05 ล้านหุ้นคิดเป็น 20% ของทุนชำระแล้ว และจัดสรรให้กับบุคคลในวงจำกัด 62.53 ล้านหุ้นคิดเป็น 10% ของทุนชำระแล้ว เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน ปรับปรุงสาขาเดิม และการขยายการลงทุนสาขาใหม่ในอนาคต

สำหรับแผนการดำเนินธุรกิจในปีนี้ บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายยอดขายเติบโตประมาณ 8-10% โดยมีแผนระดมทุนเพื่อนำมาใช้ปรับปรุงร้านอาหารที่มีอยู่ในปัจจุบัน และขยายสาขาใหม่เพื่อช่วยสร้างรายได้ของบริษัทเพิ่มขึ้น พร้อมๆกับการพยายามปรับลดต้นทุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความสามารถในการทำกำไรให้ดียิ่งขึ้น “เราเริ่มเดินมาถูกทางแล้ว เพราะแนวโน้มธุรกิจมีทิศทางปรับตัวดีขึ้น ผลจากการปิดสาขาที่ขาดทุน และการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงสาขาใหม่ที่มีอยู่เดิม รวมถึงขยายสาขาเพิ่มขึ้น” นายอภิชัยกล่าวและว่า ปัจจุบันร้านฮอทพอทมีลูกค้าเข้าใช้บริการต่อเดือนประมาณ 5-7 แสนคน ซึ่งเป็นผลจากการทำกลยุทธ์เชิงรุกทางการตลาดผ่านช่องทางการใช้สื่อออนไลน์มากขึ้นกว่าเดิม เพื่อการเข้าถึงลูกค้าตรงกลุ่มเป้าหมาย

นายอภิชัย กล่าวว่า บริษัทมีเป้าหมายจะขยายสาขาแบรนด์ ฮอท พอท เพิ่มอีกประมาณ 2 สาขาในประเทศ และมีแผนจะรุกขยายไปยังภูมิภาคอาเซียนมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันมีสาขาที่สปป.ลาว 1 แห่ง กำลังพิจารณาจะเข้าไปขยายการลงทุนในประเทศอื่นๆ เพิ่มเติม เช่น เมียนมา และเวียดนาม เนื่องจากมองว่า ร้านอาหารไทยในกลุ่มประเทศดังกล่าว มีกำลังซื้อสูงขึ้นจากเศรษฐกิจที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งไลฟ์สไตล์ในการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปหันมาทานอาหารนอกบ้านเพิ่มมากขึ้น ซึ่งบริษัทฯ คาดว่าการขยายสาขาไปประเทศดังกล่าวน่าจะได้รับการตอบรับที่ดีและเป็นที่นิยมได้อย่างแน่นอน ซึ่งปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างการพิจารณาหาแนวทางลงทุน หรือพันธมิตรที่จะเข้ามาร่วมลงทุนในการขยายสาขาในประเทศดังกล่าว

นายอภิชัย กล่าวว่า สำหรับแผนการขยายสาขาแบรนด์อื่นๆ เช่น ไดโดมอน ปีนี้จะขยายสาขาเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 3 สาขา จากปัจจุบันมีอยู่แล้ว 8 สาขา ซึ่งภายหลังจากปรับปรุงให้มีความทันสมัยตรงใจกลุ่มวัยรุ่นมากขึ้น ทำให้มีแนวโน้มที่ดีกว่าปีก่อน ขณะที่แบรนด์ร้านติ่มซ่ำ เจิ้งโต่ว ปัจจุบันมี 3 สาขา ปีนี้มีแผนจะขยายสาขาเพิ่มอีก 3 สาขา ส่วนซินยอร์ ซาสซี มี 1 สาขา ซึ่งอยู่ระหว่างการตกแต่งเพิ่มเติม นอกจากนี้ บริษัทฯ มีแผนจะขยายสาขาภายใต้แบรนด์ใหม่ ในชื่อ เจิ้งโต่ว เอ็กซ์เพลส ซึ่งเป็นร้านขายอาหารขนาดเล็ก (Kiosk) ประเภทติ๋มซ่ำและซาลาเปา เพื่อตอบสนองต่อไลฟ์สไตล์สังคมเมืองที่เร่งรีบทั้งในด้านการทำงานและรับประทานอาหาร โดยวางกลยุทธ์กระจายสาขาในจุดศูนย์กลางธุรกิจและแหล่งชุมชนเพื่อเพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น บริษัทคาดว่าจะเป็นธุรกิจใหม่ที่จะเข้ามาเสริมรายได้และทำกำไรให้แก่บริษัทฯ เพิ่มสูงขึ้นในอนาคต