นายภาสกร ลินมณีโชติ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า เรื่องการเมืองยังเป็นปัจจัยที่มีส่วนกดดันตลาดหุ้นไทย แต่ยังคาดหวังว่าจะดีขึ้นในเร็วๆ นี้ แต่หากไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้อาจจะทำให้ตลาดหุ้นไทยย่อตัวลงเล็กน้อยที่ระดับ 1,575-1,580 จุด ซึ่งมองว่าหากเกิดความขัดแย้งขึ้นเล็กน้อยก็อาจจะไม่ส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทยมากนัก แต่หากเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดถึงระดับวิกฤติเหมือนช่วงที่ผ่านมาก็อาจจะทำให้ดัชนีหุ้นไทยร่วงลงมาต่ำกว่าที่คาดไว้ได้ และหากการเมืองยังไม่มีความชัดเจนจะเป็นตัวดึงบรรยากาศหุ้นไทยให้ไม่สดใสเท่าที่ควร อย่างไรก็ตามยังคงเป้าดัชนีทั้งปีที่ 1,750 จุด
นายภาสกร กล่าวว่า สำหรับช่วงนี้ตลาดหุ้นไทยยังได้รับแรงหนุนจากปัจจัยต่างประเทศที่มองว่ามีโอกาสเป็นบวกได้ค่อนข้างสูง อาทิ การฟื้นตัวเศรษฐกิจจีนที่มีทิศทางที่ดี หลังจากรัฐบาลจีนออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมา เช่น มาตรการลดภาษีค่าไฟ และค่าอินเตอร์เน็ต และมาตรการลดภาษีซื้อรถยนต์ในเมืองรอง เป็นต้น ประกอบกับความคลายกังวลของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ลดลงทำให้การส่งออกกลับมาฟื้นตัวขึ้นอีกครั้งและส่งผลบวกต่อตลาดหุ้นทั่วโลก โดยปัจจัยในประเทศเรื่องการลงทุนโครงสร้างขนาดใหญ่ของภาครัฐ ยังคงเดินหน้าต่อเนื่องเพราะรัฐบาลรักษาการยังมีอำนาจอยู่ ทั้งยังมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมา เพื่อกระตุ้นการบริโภคและการจับจ่ายใช้สอยอย่างต่อเนื่อง
นายภาสกร กล่าวว่า ปัจจัยหลักที่สร้างความกังวลให้กับตลาดคือเรื่องเศรษฐกิจถดถอยในสหรัฐอเมริกา ซึ่งมองว่าในขณะนี้ยังคงมีความเป็นไปได้ต่ำ รวมถึงปัจจัยสำคัญที่สะท้อนภาพรวมเศรษฐกิจที่ค่อนข้างเป็นไปในทิศทางเชิงบวกคือ การเติบโตของค่าจ้างในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจหลัก อาทิ สหรัฐฯและสหภาพยุโรป (อียู) ที่มีการเติบโตของอัตราค่าจ้างงานในระดับที่สูงมาก ซึ่งมักจะตามมาด้วยอัตราการจ้างงานและเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งมาก อีกทั้งดัชนี PMI ภาคบริการยังคงแข็งแรง เพราะคาดการณ์ว่าภาคการส่งออกในครึ่งปีแรกจะติดลบ แต่ครึ่งปีหลังจะเป็นบวกมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีกับเศรษฐกิจของประเทศไทย เนื่องจากภาคบริการเกี่ยวข้องกับคนจำนวนมาก ทำให้เกิดการจ้างงานสูง
“สำหรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ที่จะมีการลดหย่อนภาษีรายได้บุคคลธรรมดา เมื่อซื้อสินค้าในด้านอสังหาริมทรัพย์ อาทิ บ้านและคอนโดมิเนียม ในวงเงินไม่เกิน 2 แสนบาท ซึ่งลดหย่อนได้ไม่เกิน 3 หมื่นบาท คาดว่าจะช่วยเพิ่มยอดขายได้กว่า 1.3-1.5 แสนล้านบาท ซึ่งถือเป็นรายได้กว่าครึ่งของคาดการณ์ยอดขายทั้งปี ทำให้เชื่อว่าผู้ประกอบการจะจัดทำโปรโมชั่นเพื่อดึงดูดความสนใจจากลูกค้ามากขึ้น” นายภาสกรกล่าว

