หน้าแรก เศรษฐกิจ ชง ครม. 7 พ.ค...

ชง ครม. 7 พ.ค. จี้ 3 แนวทางแก้ปัญหาปาล์ม โยน กฟผ.ดูดส่วนเกิน 3 แสนตัน

2.05.19 | 17:30 น.

แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ (กนป.) ได้เรียกประชุมด่วน 4 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงพลังงาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาราคาปาล์มตกต่ำในรอบ 20 ปี

โดยที่ประชุม กนป.ได้ข้อสรุปใช้ 3 มาตรการในการพยุงราคาปาล์มไม่ให้ตกต่อต่อเนื่อง ได้แก่ 1.ให้กระทรวงพลังงานโดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) รับซื้อน้ำมันปาล์มดิบ (ซีพีโอ) จำนวน 2 แสนตัน โดย 1 แสนตันแรกให้ซื้อทันทีในเดือนพฤษภาคม 2562 โดยรัฐไม่ต้องสนับสนุนงบประมาณ เพราะ กฟผ.จะใช้งบของตนเองรับซื้อในราคานำตลาด เพื่อดึงราคาปาล์มให้อยู่ในระดับ 3 บาทต่อกิโลกรัม และหากสถานการณ์ไม่ดีขึ้นให้ซื้อเพิ่มอีก 1 แสนตันในเดือนมิถุนายน และอีก 1 แสนตันหากสถานการณ์ไม่ดีขึ้น หลังจากก่อนหน้านี้ให้รับซื้อแล้ว 1.6 แสนตันเพื่อใช้ผลิตกระแสไฟฟ้าที่โรงไฟฟ้าบางปะกง พร้อมสั่งการให้กระทรวงพาณิชย์ออกตรวจสต๊อกน้ำมันปาล์มจากโรงสกัด 144 แห่งเพื่อเช็กปริมาณและควบคุมไม่ให้แต่ละโรงสกัดมีสต๊อกต่ำกว่า 50% จากยอดขายปกติ

แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล ระบุอีกว่า 2.ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จัดทำมาตรการลดต้นทุนให้เกษตรกร เนื่องจากปัจจุบันต้นทุนหลักการปลูกปาล์ม 60-70% โดยเฉพาะราคาปุ๋ย โดยให้สถาบันการเงินของรัฐสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้เกษตรกรที่ลงทะเบียนไว้กับกรมส่งเสริมการเกษตรและสถาบันเกษตรกร และ 3.ให้มีการจัดตั้งคณะอนุกรรมการกำหนดโครงสร้างราคาปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์ม โดยมีอธิบดีกรมการค้าภายใน เป็นประธานเพื่อจัดทำโครงสร้างราคาน้ำมันปาล์มที่สะท้อนต้นทุนและราคาที่แท้จริง เนื่องจากเห็นว่าราคาผลผลิตปัจจุบันต่ำกว่าต้นทุน ซึ่งจะเห็นโครงสร้างชัดเจนในสัปดาห์หน้า เพื่อการออกมาตรการควบคุมต่อไป

นอกจากนี้ที่ประชุมกำชับให้หน่วยงานด้านความมั่นคงเข้มงวดกับการลักลอบนำเข้าน้ำมันปาล์มดิบตามแนวชายแดน และให้กระทรวงอุตสาหกรรมเร่งออกประกาศคุณสมบัติของรถยนต์ประเภทใช้น้ำมันบี10 และบี20 โดยเร็ว

แหล่งข่าวระบุอีกว่า โดยมอบให้นางสาวจริยา สุทธิไชยา เลขาสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ในฐานะเลขา กนป.นำเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันที่ 7 พฤษภาคม เพื่ออนุมัติใช้ 3 มาตรการคาดจะเริ่มขับเคลื่อนได้วันที่ 8-9 พฤษภาคม สำหรับสถานการณ์ราคาน้ำมันปาล์มดิบอยู่ที่ กก.ละ 15.31 บาท ต่ำกว่ามาเลเซียอยู่ที่ กก.ละ 16.46 บาท เพราะปาล์มทะลายไทยสุกก่อนเวลาเนื่องจากอากาศร้อน ทำให้คุณภาพลดลงส่งผลต่อราคา

Advertisement

ซึ่ง สศก.รายงานว่าผลผลิตปาล์มทะลายปีนี้เพิ่มขึ้นจาก 15.4 ล้านตัน เป็น 16.8 ล้านตัน ขณะที่ราคาผลปาล์มสด สิ้นเดือนเมษายน อยู่ที่ 2.19 บาท/กก. ต่ำกว่าต้นทุนขั้นกลางอยู่ที่ 2.70 บาท/กก. และต่ำกว่าต้นทุนที่เกษตรกรระบุอยู่ที่ 3.60 บาท/กก. โดยคาดว่าผลผลิตปาล์มผลเดือนพฤษภาคมอยู่ที่ 1.5 ล้านตัน และมีสต๊อกน้ำมันปาล์มดิบกว่า 3.5 แสนตัน ในจำนวนนี้เกินความต้องการใช้จริง 1.5 แสนตัน