นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า ในวันที่ 3 พฤษภาคมนี้ออกประกาศแก้ไขประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เรื่องให้ธนาคารส่งข้อมูลดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ลูกค้ามายังกรมโดยจะมีผลย้อนหลังวันที่ 4 เมษายน ซึ่งก่อนหน้านี้การส่งข้อมูลดอกเบี้ยมายังกรมต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของบัญชี แก้ไขเป็นคนที่ไม่ยินยอมต้องไปแจ้งข้อมูลที่ธนาคาร ส่วนคนที่ต้องการให้ส่งข้อมูลมายังกรมไม่ต้องทำอะไรเลย ตรงนี้เป็นการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่ฝากเงินส่วนใหญ่ โดยไม่อยากให้คนกังวลเรื่องการส่งข้อมูลดอกเบี้ยมายังกรมว่าจะถูกเก็บภาษีเพิ่ม เพราะแม้ไม่มีข้อมูลตรงนี้ กรมมีข้อมูลอื่นที่จะพิจารณาภาษีอยู่แล้ว ส่วนผู้ที่ไม่ยินยอมให้ส่งข้อมูลดอกเบี้ยจะถูกเก็บดอกเบี้ยตั้งแต่บาทแรก กรมจะใช้ข้อมูลจาก ภ.ง.ด.2 ที่ธนาคารส่งมาให้กรม เพื่อประเมินภาษี
นายเอกนิติ กล่าวว่า การแก้ประกาศดังกล่าวไม่ขัดต่อ พ.ร.บ.สถาบันการเงิน ซึ่งที่ผ่านมาเกิดปัญหาธนาคารบางแห่ง และลูกค้าที่ไม่รู้ว่าต้องเสียภาษี จึงมีการเลี่ยงภาษี ดังนั้นประกาศนี้ทำให้เกิดความเป็นธรรมกับธนาคารและผู้ที่ทำถูกต้อง และเป็นการช่วยลูกค้าที่ได้รับดอกเบี้ยเกิน 2 หมื่นบาทต่อปี จะได้ไม่ลืมเสียภาษีหัก ณ ที่จ่าย 15% เพราะถ้าเอาดอกเบี้ยไปรวมกับภาษีที่ต้องเสีย บางคนฐานภาษี 20% บางคน 30% เมื่อถูกเก็บภาษีมาต่อว่าธนาคารว่าทำไมไม่ยอมหักภาษี ณ ที่จ่ายไปเลย เพราะเสียแค่ 15%
“น่าจะดราม่าเรื่องภาษีดอกเบี้ยวิพากษ์วิจารณ์กันมาก โดยยืนยันว่ากรมได้เพียงข้อมูลเฉพาะดอกเบี้ยเพื่อนำมาประเมินภาษีว่าต้องเสียหรือไม่ หากธนาคารส่งข้อมูลมาให้สรรพากรไม่เกิน 7 วันจะรู้ว่ามีผู้ฝากเงินคนใดต้องเสียภาษีดอกเบี้ยบ้าง กำหนดให้ธนาคารเริ่มส่งข้อมูลมาให้กรมสรรพากรครั้งแรกในวันที่ 20 พฤษภาคมนี้”นายเอกนิติกล่าว
นายปรีดี ดาวฉาย ประธานสมาคมธนาคารไทยกล่าวว่า ธนาคารเปิดให้ลูกค้าที่ไม่ต้องการให้ส่งข้อมูลมายังกรมสรรพากร และไม่ต้องการรับสิทธิยกเว้นภาษีสำหรับดอกเบี้ยไม่เกิน 2 หมื่นบาทต่อปี ต้องกรอกแบบฟอร์มเพื่อให้ธนาคารแจ้งไปยังกรมสรรพากรระหว่างวันที่ 7-14 พฤษภาคม 2562 โดยการกรอกแบบฟอร์มดังกล่าวต้องทำทุกธนาคารที่มีบัญชีอยู่ และแจ้งครั้งเดียวมีผลไปตลอด ส่วนลูกค้าที่ให้ส่งข้อมูลเพื่อได้สิทธิยกเว้นภาษีดอกเบี้ย ไม่ต้องทำอะไรให้อยู่เฉยๆ โดยคาดว่าลูกค้ามาแจ้งเพื่อไม่ให้ธนาคารส่งข้อมูลไปยังกรมสรรพากรไม่น่าจะมาก ดีไม่ดีอาจจะไม่มีเลย
เกาะกระแสเศรษฐกิจ กับ Line@มติชนเศรษฐกิจใกล้ตัว


