หน้าแรก เศรษฐกิจ สคร.เผยความคื...

สคร.เผยความคืบหน้าฟื้นฟู 5 รสก. ย้ำต้องดูแลจนกว่าจะมีกำไร

6.05.19 | 11:47 น.

นายประภาศ คงเอียด ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า รัฐวิสาหกิจทั้ง 5 แห่ง ยังอยู่ในแผนฟื้นฟูของคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) คือ บริษัท การบินไทยจำกัด (มหาชน) การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) หรือทีโอที และบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ กสท. โดยคงต้องดูแล 5 รัฐวิสาหกิจดังกล่าวจนกว่าจะสามารถพลิกกลับมามีกำไร และให้สามารถออกจากแผนฟื้นฟูได้ โดยก่อนหน้านี้มีเพียงรัฐวิสาหกิจภายใต้การดูแลของกระทรวงการคลัง คือธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) ที่สามารถหลุดจากแผนฟื้นฟูได้

นายประภาศกล่าวต่อว่า หากดูเป็นรายรัฐวิสาหกิจ พบว่าการบินไทยอยู่ในธุรกิจที่แข่งขันสูง แม้จะใช้ไทยสไมล์เพื่อแข่งขันในธุรกิจโลว์คอร์ส แต่ไทยสไมล์กลับขาดทุน ดังนั้น ต้องปรับเปลี่ยนโครงสร้างการบริหารไทยสไมล์ใหม่ โดยให้กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย เข้ามาเป็นประธานบอร์ดเพื่อให้สามารถกำหนดนโยบาย และให้ไทยสไมล์บินอย่างเดียว เพื่อให้การบริหารงานสอดคล้องกัน นอกจากนี้ มีปัญหากรณีเครื่องยนต์โรลส์-รอยซ์ ในเครื่องบินรุ่น A350 การแก้ไขด้วยการนำเครื่องบิน 737 และ 747 เข้ามาบินแทนทำให้มีต้นทุน เพราะเป็นเครื่องเก่าและกินน้ำมันมาก ค่าซ่อมแพง

“การบินไทยมีแผนเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการคือเรื่องการซื้อเครื่องบิน แต่ที่ผ่านมาไม่สามารถซื้อได้ เพราะก่อนหน้านี้เคยเสนอเรื่องขอซื้อเครื่องบินโดยแบ่งเป็นสองเฟส, เฟสที่หนึ่งได้ซื้อไปแล้ว ส่วนเฟสสองยังไม่ได้จัดซื้อตามที่ ครม.อนุมัติ แต่เมื่อปีที่แล้ว การบินไทยได้ทำเรื่องขอซื้อเครื่องบินขึ้นมาให้ ครม.อนุมัติอีก ขณะที่แผนการซื้อเฟสสองที่อนุมัติไปแล้วยังไม่ได้ดำเนินการ จึงต้องส่งเรื่องให้บอร์ดของบริษัทตัดสินใจ ซึ่งได้ข้อสรุปว่า ให้ดำเนินการจัดซื้อตามแผนที่อยู่ในเฟสสองที่ได้รับอนุมัติไปแล้ว แต่ยังติดปัญหาในเรื่องแหล่งเงินที่จะใช้จัดซื้อ ดังนั้น ต้องรอสอบถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง” นายประภาศกล่าว

นายประภาศกล่าวต่อว่า ส่วนแผนการฟื้นฟู รฟท. มีความคืบหน้าที่สำคัญคือ การจัดตั้งบริษัทลูก 2 บริษัท คือ บริษัทบริหารทรัพย์สินของ รฟท. เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของที่ดิน มีอยู่มากให้สามารถสร้างรายได้เพื่อแก้ปัญหาหนี้สะสม และจัดตั้งบริษัทเดินรถไฟสายสีแดง คนร.ต้องการให้บริษัทดังกล่าวมีอำนาจในการบริหารจัดการ โดยไม่ผูกติดกับ รฟท. เพื่อแก้ปัญหาความล่าช้าในการบริหารงาน ซึ่งการจัดตั้งบริษัทลูกทั้งสองบริษัทดังกล่าว เตรียมที่จะเข้าคณะอนุกรรมการฟื้นฟู ของ คนร.ในเร็วๆ นี้ สำหรับโครงการรถไฟทางคู่ระยะที่ 1 จำนวน 7 เส้นทาง ระยะทาง 1 พันกิโลเมตร รวมเงินลงทุน 1.24 แสนล้านบาท มี 13 สัญญา และลงนามครบทุกสัญญาแล้ว คาดว่าการดำเนินการก่อสร้างจะแล้วเสร็จในปี 2565

นายประภาศกล่าวต่อว่า สำหรับ ขสมก. กระทรวงการคลังต้องการเห็นกำไรก่อนหักภาษีและค่าเสื่อม (อีบิทด้า) เป็นบวก หลังจากนั้นกระทรวงการคลังจะพิจารณาในเรื่องการรับภาระหนี้ของ ขสมก.ที่มีอยู่กว่าแสนล้านบาทมาดูแลเอง ซึ่งในการฟื้นฟูของ ขสมก.สิ่งสำคัญคือ ซื้อรถเมล์ใหม่ 3 พันคัน ล่าสุดกำหนดชนิดเชื้อเพลิงที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเอ็นจีวี, รถไฟฟ้า, และดีเซลไฮบริด จะช่วยลดค่าน้ำมันลงไปได้ 50% และลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาหากนำระบบ e-ticket มาใช้ก็จะสามารถลดพนักงานเก็บเงินลงได้ 5 พันคน ซึ่งแนวทางดังกล่าวจะช่วยให้อีบิทด้า ของ ขสมก.เป็นบวกได้

Advertisement

นายประภาศกล่าวต่อว่า ส่วนแผนการฟื้นฟูทีโอทีและ กสท.นั้น มีแผนที่จะรวมรัฐวิสาหกิจทั้งสองแห่งเป็น บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด โดยมีการตั้งคณะทำงาน เพื่อดูถึงแผนการควบรวมดังกล่าวแล้ว

เกาะกระแสเศรษฐกิจ กับ Line@มติชนเศรษฐกิจใกล้ตัว

เพิ่มเพื่อน