นายนณริฏ พิศลยบุตร นักวิชาการ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เปิดเผยถึงมาตรการพยุงเศรษฐกิจกลางปี 2562 ของรัฐบาล ว่า เศรษฐกิจในปีนี้แย่กว่าที่คาดว่าจะโต 4% หลายฝ่ายประเมินว่าจะโตได้ 3.8% ถ้าโตได้ในระดับนี้เศรษฐกิจในปีนี้ไม่ได้แย่ไปกว่าที่ควรจะเป็นคือยังสามารถโตได้ 3.7-3.8% ดังนั้นในฐานะนักวิชาการมองว่าไม่ควรออกมาตรการกระตุ้น หรือดูแลเศรษฐกิจอะไรออกมา เพราะจะเสียเปล่า สำหรับมาตรการเศรษฐกิจล่าสุดของรัฐบาล เห็นด้วยการการเติมเงินไปช่วยผู้มีรายได้น้อย ผ่านบัตรสวัสดิการ 14.6 ล้านคน รวม 13,200 ล้านบาท เพราะในกลุ่มนี้ยังมีความลำบาก โดยเฉพาะในกลุ่มเกษตรกรกำลังได้รับผลกระทบจากราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ดังนั้นการเพิ่มเงินให้กับเกษตรกรถือบัตรสวัสดิการ 4.1 ล้านคน คนละ 1,000 บาท เป็นสิ่งที่ให้ความช่วยหลือ
นายนณริฏกล่าวว่า สำหรับมาตรการลดหย่อนภาษี 6 มาตรการนั้นมองว่ายังไม่ควรใช้มาตการภาษีข้าไปช่วย เพราะเท่าที่ดูเป็นการช่วยภาคธุรกิจ เช่น กรณี การลดหย่อนภาษีบ้านหลังแรก 2 แสนบาท แม้ปีนี้ภาคอสังหาริมทรัพย์มีแนวโน้มแย่ แต่ควรปล่อยให้เป็นเรื่องของธุรกิจ ไม่ใช่เรื่องที่ภาครัฐจะเข้าไปช่วยอุ้มเอกชน ซึ่งการเข้าไปช่วยลักษณะนี้ควรพิจารณาให้ละเอียดรอบคอบ เพราะมองว่ากลุ่มธุรกิจต้องดูแลตัวเอง หากขายสินค้าไม่ออก ต้องลดราคาลงมา ส่วนการลดหย่อนภาษีสำหรับการซื้อหนังสือนั้นปกติคนที่อ่านหนังสือและอยู่ในฐานภาษีนั้นมีกำลังพอที่จะซื้อหนังสืออยู่แล้ว ดังนั้นมองว่าไม่จำเป็นต้องเข้าไปใช้มาตรการภาษีเพื่อช่วยเหลืออีก ส่วนลดหย่อนภาษีท่องเที่ยวเมืองรอง รัฐบาลควรใช้มาตรการอื่นเข้าไปส่งเสริมให้ท่องเที่ยว เคยใช้มาตรการภาษีมาแล้วหลายครั้ง แต่สุดท้ายไม่ใช่การแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน
“การดูแลเศรษฐกิจจากนี้ไป ควรดูแลเป็นจุดๆ เช่น กลุ่มเกษตรกร กลุ่มผู้มีรายได้น้อย และการช่วยเหลือด้านสุขภาพ การรักษาพยาบาล โดยมองว่าหลังรัฐบาลใหม่เข้ามานั้นไม่ควรใช้มาตรการประชาชนนิยมเข้าไปกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะเศรษฐกิจไทยยังโตได้ ยังไม่ถึงเวลาควรต้องไปกระตุ้น รัฐบาลใหม่ควรต้องรอประเมินเศรษฐกิจไตรมาส 2 ก่อน ถ้ายังโตต่ำกว่า 3.7% ค่อยเข้าไปช่วยเหลือ”นายนณริฏกล่าว
เกาะกระแสเศรษฐกิจ กับ Line@มติชนเศรษฐกิจใกล้ตัว


