นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังเปิดงานแสดงสินค้าอาหารนานาชาติปี 2559 หรือไทยเฟกซ์ ระหว่างวันที่ 25-29 พฤษภาคม 2559 ว่าอุตสาหกรรมอาหารเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมศักยภาพของไทย ที่ปัจจุบันสามารถส่งออกไปกว่า 200 ประเทศทั่วโลก และสินค้าอาหารของไทยหลายรายการมีมูลค่าการส่งออกติด 1 ใน 5 ของโลก อาทิ ข้าว ไก่แปรรูป อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป กุ้งแช่แข็งและแปรรูป และสิ่งปรุงรสอาหาร เป็นต้น สร้างรายได้ต่อปีมูลค่ากว่า 800,000 ล้านบาท โดยปี 2559 กระทรวงพาณิชย์ประเมินว่าจะโตได้ 10% ส่วนหนึ่งเพราะรัฐบาลผลักดันการเพิ่มมูลค่าและดันไทยเป็นครัวโลก ซึ่งในวันที่ 27 พฤษภาคมนี้ จะมีการลงนามความร่วมมือระหว่างรัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษา 33 หน่วยงาน เพื่อพัฒนานวัตกรรมอาหาร
“ได้มอบนโยบายให้ทูตพาณิชย์ทำงานเต็มที่ งบประมาณปรับเปลี่ยนได้ ไม่ต้องสนใจการเมือง มั่วก็มั่วไป ขนาดมั่วอย่างนี้ต่างชาติยังเข้ามาไทย หากดีจะขนาดไหน คุยกับอุตสาหกรรม เช่น ยานยนต์ ก็ยังเดินหน้าเพิ่มมูลค่าและการพัฒนาเพื่ออนาคต แนวโน้มการส่งออกจะบวกหรือไม่ ขึ้นอยู่กับความพยายามของผู้ประกอบการ แนวโน้มส่งออกระยะสั้นขึ้นอยู่กับเศรษฐกิจโลก แต่ระยะกลางและยาว อยู่กับตัวเราเอง อย่าถามตัวเลข พาดหัวน่ะมันง่าย” นายสมคิดกล่าว
รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ว่า ได้คาดการณ์การสั่งซื้อในงานไทยเฟกซ์ 9,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีมูลค่า 8,189 ล้านบาท มีมูลค่าสั่งซื้อทันที 1,500 ล้านบาท และยอดสั่งซื้อภายใน 1 ปี 7,420 ล้านบาท เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าสำคัญมีแนวโน้มดีขึ้น จึงคาดว่าความต้องการสินค้าอาหารทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นตามเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัว
นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ได้ให้นโยบายแก่ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (สคต.) ที่กระจายอยู่ทั่วโลกว่า ยังคงเน้นนโยบายการผลักดันการค้าและลงทุนของไทยไปยังตลาดใหม่ เช่น ตะวันออกกลาง แอฟริกา อเมริกาใต้ และรัสเซีย จากเดิมมีตลาดอาเซียน สหรัฐ จีน ญี่ปุ่น นอกจากเน้นตลาดใหม่แล้ว ยังเน้นผลักดันตลาดของผู้บริโภคกลุ่มใหม่ด้วย เช่น ชาวเชื้อสายสเปนที่อยู่ในสหรัฐ ผลักดันการส่งออกอาหารฮาลาลแก่มุสลิมซึ่งเป็นผู้บริโภคกลุ่มใหญ่ที่มีอยู่ทั่วโลก
นางอภิรดีกล่าวว่า นอกจากนี้ สคต.ควรทำงานในต่างประเทศประสานกันกับกระทรวงการต่างประเทศ ทำงานเป็นทีมเดียวกัน หารือกันให้งานเดินหน้า ขณะเดียวกันวันนี้ไทยยังอยู่ในขั้นไทยแลนด์ 1.01 ที่ยังเป็นการผลิตขั้นต้น ยังไม่ถึงไทยแลนด์ 4.0 ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรม สคต.ใดที่อยู่ประเทศ 4.0 แล้วก็ส่งข้อมูลเข้ามา ส่วน สคต.ใดที่อยู่ประเทศ 1.0 ก็ถือว่าเป็นตลาดสำคัญของไทย ก็ส่งข้อมูลมาเช่นกัน สินค้าแบรนด์ไทยถือว่าเป็นที่นิยมของตลาดต่างประเทศมานาน แต่ไม่เข้าใจว่าการส่งออกยังหดตัวทุกๆ เดือน เรื่องนี้ก็ควรช่วยกันทำให้ดีขึ้น
นายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยในงาน แสดงสินค้าอาหาร 2559 ว่า งานนี้เป็นการแสดงสินค้าอาหารที่มีขนาดใหญ่สุดในภูมิภาคเอเชีย และมีกลุ่มลูกค้าต่างชาติจากทั่วโลกให้ความสนใจตอบรับเข้ามาร่วมงานจำนวนมาก และมีหลายชาติที่สนใจเข้ามาร่วมงานแสดงสินค้าด้วย จึงเป็นงานที่จะช่วยทำให้คู่ค้าทั่วโลกเชื่อมั่นกับตลาดในไทย ที่เป็นศูนย์กลางส่งออกอาหารในภูมิภาคเอเชียและในตลาดโลก อยากให้ภาครัฐมีโครงการกระตุ้นให้ไทย มีการจัดงานขนาดใหญ่อย่างต่อเนื่องในทุกสองสัปดาห์ หรือในทุกเดือน เพื่อดึงนักลงทุนในต่างประเทศ สร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุน ซึ่งจะส่งผลให้ประเทศไทย เป็นศูนย์กลางการค้าและการลงทุนในภูมิภาคนี้ อีกทั้งแนวโน้มค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงในช่วงนี้ จึงเป็นผลดีต่อการส่งออกสินค้าไทยอย่างมาก
นายสะชิโอะ ทาคิยะมิ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมการค้า องค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร) กรุงเทพฯ กล่าวว่า ในปีนี้เชื่อว่าอัตราการขยายตัวของร้านอาหารญี่ปุ่น (Janpanese Restaurants) ในไทยจะยังคงระดับที่ 10-20% ใกล้กับ 2-3 ปี ที่ผ่านมาที่อยู่ในระดับนี้เช่นกัน ข้อมูลล่าสุดเดือนมิถุนายน 2558 มีจำนวนร้านอาหารญี่ปุ่นในไทยรวม 2,364 ร้าน การขยายตัวของร้านอาหารญี่ปุ่นนี้จะช่วยให้การส่งออกสินค้าจากญี่ปุ่นมาไทยขยายตัวยิ่งขึ้น โดยเฉพาะสินค้าประมง เช่น ปลาโอ ปลาทูน่า ปลาซาบะ สินค้าเกษตร เช่น ผัก ผลไม้

