นายชูชาติ เพ็ชรอำไพ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) (MTC) เปิดเผยผลการดำเนินงานของบริษัทฯในไตรมาส 1/62 ว่า มีกำไรสุทธิ 1,005 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.50% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 834 ล้านบาท และมีสินเชื่อคงค้าง จำนวน 50,592 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 38,012 ล้านบาท เติบโตตามเป้าที่บริษัทตั้งไว้ ขณะที่จำนวนสาขา ณ วันที่ 31 มีนาคม 2562 อยู่ที่ 3,444 สาขา จากวันที่ 31 ธันวาคม 2561 อยู่ที่ 3,279 สาขา โดยยอดปล่อยสินเชื่อใหม่ในไตรมาส 1/62 อยูที่ 25,028 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 48.31% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 16,875 ล้านบาท
“ยอดปล่อยสินเชื่อ และสินเชื่อคงค้างที่เติบโตอย่างโดดเด่น ได้รับปัจจัยหนุนจากการขยายสาขาใหม่ สอดรับกับความต้องการของลูกค้าที่ยังขาดโอกาสในการเข้าถึงสินเชื่อ โดยบริษัทมีจุดแข็งสำคัญคือสามารถอนุมัติเงินกู้ได้อย่างรวดเร็ว อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำสุดในระบบ” นายชูชาติ กล่าวและว่า ในปีนี้บริษัทฯ เตรียมเปิดสาขาเพิ่มจำนวน 600 สาขา และปี 2563 เปิดเพิ่มอีก 600 สาขา ส่งผลให้มีสาขาทั้งหมดกว่า 4,500 สาขาทั่วประเทศ ตอบสนองความต้องการลูกค้าได้อย่างครอบคลุม จากปัจจุบันมีสาขาจำนวน 3,444 สาขา
ประธานกรรมการบริหาร MTC กล่าวอีกว่า เพื่อเป็นการต่อยอดธุรกิจและตอบสนองความต้องการของลูกค้า ในช่วงครึ่งปีหลังนี้ MTC เตรียมบุกตลาดสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ ซึ่งมั่นใจว่าจะมีส่วนสำคัญในการผลักดันรายได้และกำไรในอนาคตเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน จากที่มีฐานลูกค้ามากกว่า 2 ล้านราย รองรับแผนปล่อยกู้ และมั่นใจว่า แนวโน้มรายได้และกำไรจะสร้างสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง ทั้งนี้วางเป้าหมายคุมสัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ไม่เกิน 2% เมื่อเทียบกับสินเชื่อรวม
นอกจากนี้ หลักเกณฑ์สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ หรือ P-Loan ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประกาศใช้ยังช่วยเพิ่มโอกาสในการเติบโตให้กับ MTC เนื่องจากปัจจุบันบริษัทฯมีทั้งสินเชื่อรายย่อย และสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ ซึ่งตามเกณฑ์ใหม่ กำหนดเพดานดอกเบี้ยไว้ที่ 28% ปัจจุบันบริษัทฯคิดอัตราดอกเบี้ยเพียง 23% ทำให้มีช่องว่างในการขึ้นอัตราดอกเบี้ย หากต้นทุนทางการเงินสูงขึ้น ตามแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่อยู่ในช่วงขาขึ้น

