หน้าแรก เศรษฐกิจ กกร.มีมติทำไว...

กกร.มีมติทำไวท์เปเปอร์เสนอรัฐบาลใหม่ เร่งกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศเป็นเรื่องแรก ชงตั้งทีมร่วมทำงานรัฐ-เอกชน

8.05.19 | 14:54 น.

ที่โรงแรมแกรนด์ไฮแอท เอราวัณ ราชประสงค์ มีการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประกอบด้วย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย ประจำเดือนพฤษภาคม 2562

นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธาน กกร. เปิดเผยผลการประชุมว่า เตรียมทำสมุดปกขาว (ไวท์เปเปอร์) คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายนนี้ เสนอต่อรัฐบาลชุดใหม่ที่มาจากการเลือกตั้งไม่เกินเดือนกรกฎาคมนี้ ให้กระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศเป็นหลัก รวมถึงการฟื้นกำลังซื้อของผู้บริโภคในประเทศ โดยจะมีรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องที่ควรเร่งรัดดำเนินการทั้งระยะสั้นและระยะยาว

“ปัจจุบันเศรษฐกิจไทยชะลอตัวตามเศรษฐกิจโลกที่อยู่ในภาวะชะลอตัว ส่งผลกระทบกับภาคการส่งออกไทย ทำให้การผลิตในภาคอุตสาหกรรมหดตัวลงด้วย จึงมองว่าสิ่งแรกที่รัฐบาลควรเร่งดำเนินหลังเข้ารับตำแหน่งคือการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศให้แข็งแรงมากขึ้น” นายสุพันธุ์กล่าวและว่า การส่งออกไทยในปีนี้คาดว่าจะเติบโตได้ที่ 3-5% จากปี 2561 ที่เติบโตได้ 6.7% และแม้ว่าการส่งออกจะโตเหลือ 3-5% แต่ก็ยังเป็นปีที่ยาก เพราะเศรษฐกิจโลกที่อยู่ในภาวะชะลอตัว ทั้งนี้จะมีการปรับคาดการณ์ตัวเลขการส่งออกในเดือนกรกฎาคมนี้ใหม่

นายสุพันธุ์ กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยขณะนี้ยังนิ่งอย่างต่อเนื่องแม้ภาครัฐจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมา อาทิ มาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย มาตรการด้านภาษี แต่ก็ยังช่วยไม่ได้มากนัก ที่ทำได้ตอนนี้คือคงช่วยได้แค่พยุงเศรษฐกิจในช่วงรอรัฐบาลใหม่เท่านั้น ส่วนเรื่องราคาสินค้าเกษตรที่ยังไม่ได้ดีมากนัก และมีเรื่องภัยแล้งเข้ามาเร็วและแรงมากขึ้น ทำให้ต้องมีการช่วยเหลือเกษตรกรด้วย แต่ทั้งนี้ก็ต้องรอดูนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่ด้วยว่าจะมีการดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้อย่างไร

นายสุพันธุ์ กล่าวว่า สมุดปกขาวที่นอกจากเสนอมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศแล้ว ยังจะเสนอให้จัดตั้งคณะทำงานประชุมร่วมกันทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในทุกๆ 3 เดือน เพื่อทำงานร่วมกัน โดยประเด็นขณะนี้ที่ต้องจับตาคือการเจรจาการค้าของสหรัฐอเมริกาและจีน ซึ่งสหรัฐส่งสัญญาณจะขึ้นดอกเบี้ยการนำเข้าสินค้าจากจีนเพิ่มขึ้น แต่ส่วนตัวมองว่าจะเป็นผลดีในระยะสั้นกับประเทศไทย เพราะช่วยให้นักลงทุนและประเทศผู้ซื้อหันมาซื้อขายกับประเทศไทยมากขึ้น แต่ก็ต้องรอดูสถานการณ์ในระยะยาวต่อไปด้วย

Advertisement

นายสุพันธุ์ กล่าวว่า สำหรับเครื่องมือที่คาดว่าจะเข้ามาช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศไทยได้ ในภาวะที่เศรษฐกิจไทยชะลอตัวคือ การท่องเที่ยว ที่ปัจจุบันนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาเที่ยวในประเทศเพิ่มขึ้น ถึงแม้นักท่องเที่ยวจีนจะยังไม่ฟื้นตัวเท่าปี 2561 แต่ก็พบว่านักท่องเที่ยวในตลาดอื่นโตขึ้น ประกอบกับประเทศไทยเพิ่งมีพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ของประเทศไทย และมีการจัดงานอย่างยิ่งใหญ่ ทำให้ต่างชาติรู้จักขนบธรรมเนียม ประเพณีที่งดงามของประเทศไทยมากขึ้น จึงเชื่อว่าจะทำให้ภาคการท่องเที่ยวไทยต่อจากนี้เติบโตได้ดีขึ้น