“กฤษฎา” ย้ำ 7จังหวัดเจอแล้ง น้ำอุปโภค-บริโภคพอใช้แน่นอน

8.05.19 | 15:00 น.

นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า กระทรวงฯได้มีการบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูแล้ง โดยเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคมที่ผ่านมา ได้รับข้อมูลจากผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ ภายใต้การดูแลของกระทรวงมหาดไทยพบว่ามีจังหวัดที่ประสบภัยแล้ง จำนวน 7จังหวัด ได้แก่ พิษณุโลก ร้อยเอ็ด ศรีสะเกษ นครราชสีมา มหาสารคาม ตราด และชลบุรี ในด้านน้ำเพื่อการเกษตร แต่น้ำสำหรับใช้เพื่ออุปโภคบริโภค ยังเพียงพอต่อความต้องการของประชาชน

“ขณะนี้ทางกระทรวงฯได้สั่งการไปยังกรมชลประทานให้ประสานงานกับผู้ว่าราชการจังหวัด และนายอำเภอ ที่อยู่ในพื้นที่เขตชลประทาน เนื่องจากก่อนหน้านี้ กรมชลฯยืนยันว่าน้ำในพื้นที่เขตชลประทานจะมีน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคพอใช้จนถึงเดือนกรกฎาคมนี้ ส่วนในพื้นที่นอกเขตชลประทานในส่วนของน้ำเพื่ออุปโภคบริโภค ก็เพียงพอจนถึงเดือนกรกฎาคมนี้เช่นกัน แต่น้ำเพื่อการเกษตรจะมีปัญหาตั้งแต่เดือนพฤษภาคมนี้ เป็นต้นไป ทางกระทรวงฯจึงขอแนะนำประชาชนที่อยู่นอกเขตชลประทานให้หันมาปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อย หรือหาอาชีพเสริมในช่วงฤดูแล้งแทนการทำเกษตรที่ต้องอาศัยน้ำเพียงอย่างเดียว”

นายกฤษฎา กล่าวว่า ในส่วนของการสนับสนุนให้เกษตรกรหันมาปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อย อาทิ ผักกาด, ผักบุ้ง และพืชอายุสั้น เป็นต้นนั้น ขณะนี้ ทางกระทรวงฯอยู่ระหว่างการประสานงานกับเอกชนและผู้ประกอบการห้างโมเดิร์นเทรด อาทิ เทสโก้โลตัส, เซเว่นอีเลฟเว่น และบิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ในการเข้ามารับซื้อผลผลิตของเกษตรกร ภายใต้ข้อตกลงเรื่องปริมาณว่าจะรับซื้อกี่กิโลตัน เพื่อนำมาเฉลี่ยพื้นที่ในการปลูกให้กับประชาชนซึ่งเป็นวิธีที่จะช่วยลดปัญหาสินค้าลดล้นตลาดอีกด้วย

นายกฤษฎา กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม สำหรับมาตรการระยะกลางในการป้องกันภัยแล้ง กระทรวงมหาดไทยได้ทำการของบจากรัฐบาล จำนวน 3 พันล้านบาท ในการนำไปสร้างฝายน้ำขนาดเล็กที่บริเวณต้นน้ำ เพื่อเก็บกักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง ส่วนการแก้ไขปัญหาในระยะยาว กระทรวงเกษตรฯได้สั่งการให้กรมชลฯประสานงานกับสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้ขยายระบบชลประทานให้ครบคลุมพื้นที่มากยิ่งขึ้น โดยในปีนี้ตั้งเป้าขยายพื้นที่เพิ่มอีก 5 ล้านไร่ จากเดิมที่มีพื้นที่ชลประทานทั้งประเทศ 35 ล้านไร่