หน้าแรก เศรษฐกิจ สรรพสามิตขึ้น...

สรรพสามิตขึ้นภาษียาเส้นราคาพุ่ง 2-3 บาท/ซอง ฟันรายได้ 2 พันล.-ขยายเวลาภาษีบุหรี่ 1 ปี

8.05.19 | 15:29 น.

นางสดศรี พงศ์อุทัย รองอธิบดีกรมสรรพสามิต ในฐานะโฆษกกรมสรรพสามิตเปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม มีมติขยายเวลาในการบังคับใช้อัตราภาษีสรรพสามิตยาสูบอัตราเดียว 40% ตามมูลค่าออกไป 1 ปี จากเดิมต้องบังคับใช้วันที่ 1 ตุลาคม 2562 จากขณะนี้ภาษีแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ ราคาต่ำกว่า 60 บาท เก็บ 20%ตามมูลค่า และสูงกว่า 60 บาท เก็บ 40% ตามมูลค่า ซึ่งการขยายอัตราภาษีดังกล่าวเพื่อให้อุตสาหกรรมมีเวลาปรับตัว โดยที่ประชุมครม.มีมติให้ปรับขึ้นอัตราภาษียาเส้น เพื่อลดช่องว่างของราคาขายปลีกกับบุหรี่ซิกาแรตให้ใกล้เคียงกันมากขึ้น

นายณัฐกร อุเทนสุต ผู้อำนวยการสำนักแผนภาษีในฐานะรองโฆษกกรมสรรพสามิต กล่าวว่า หลังจากนี้คงต้องรอนโยบายจากรัฐบาลชุดใหม่ในเรื่องภาษีบุหรี่ อย่างไรก็ตามหลังจากพบว่าการบริโภคยาเส้นปรับเพิ่มขึ้นจาก 12 ล้านกิโลกรัมต่อปีก่อนจะปรับขึ้นภาษีในปี 2549 ปัจจุบันอยู่ที่ 26 ล้านกิโลกรัมต่อปี ครม.มีมติให้เพิ่มอัตราภาษีสรรพสามิตของยาเส้น หรือบุหรี่ม้วนเอง เพิ่มขึ้นเป็น 0.1บาท/กรัม จากเดิม0.005บาท/กรัม มีผลทันทีตั้งแต่วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 เพื่อลดช่องว่างของราคาขายปลีกบุหรี่แบบซิกาแรต และราคาขายปลีกยาเส้น ให้มีความใกล้เคียงกันมากขึ้น จากเดิมมีความต่างกันมากกว่า 300 เท่า จะลดเหลือ 17 เท่า

ทั้งนี้การปรับขึ้นภาษีดังกล่าวทำให้ราคายาเส้นซองเล็กอยู่ที่ 7 บาทต่อซองจากเดิม 5 บาทต่อซอง และบุหรี่ซอง 30 กรัม อยู่ที่ 13 บาทต่อซองจากเดิม 10 บาทต่อซอง หรือปรับขึ้น 2-3 บาท คาดว่าทำให้รายได้จากภาษียาเส้นอยู่ที่ 2,000 บาทต่อปี จากเดิมเก็บได้ 130 ล้านบาท โดยกรมหวังว่าราคาปรับขึ้นทำให้ยอดการบริโภคยาเส้นลดลง

“การขยายเวลาภาษียาสูบอาจกระทบต่อรายได้กรมบ้างจากเดิมในปี 2563 ประเมินรายได้จะเพิ่มขึ้น 6-7 พันล้านบาท จากขณะนี้เก็บอยู่ 6 หมื่นล้านบท อย่างไรก็ตามหากปรับขึ้นภาษีทำให้ราคาบุหรี่ 60 บาทจะไม่มีแล้ว อาจทำให้การสูบลดลงภาษีอาจลดลง เท่าที่หารือผู้ค้าทั้งไทยและต่างชาติไม่อยากให้ปรับขึ้นภาษี ดังนั้นจึงเป็นที่มาของการขยายเวลาออกไปอีก 1 ปี เพื่อให้รัฐบาลใหม่มาพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อ”นายณัฐกรกล่าว

นายณัฐกรกล่าวว่า สำหรับมติครม.เรื่องโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถมอเตอร์ไซด์ใหม่ที่อิงกับการปล่อยค่า ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) มีผลวันที่ 1 มกราคม 2563เพื่อช่วยลดมลภาวะในอากาศจะทำให้ผู้ซื้อรถมอเตอร์ไซด์ใหม่ภายในประเทศ จะมีภาระภาษีภายใต้โครงสร้างใหม่ประมาณ 100-800 บาท/คัน เนื่องจากจำนวนรถมอเตอร์ไซด์ที่ผลิตขายในประเทศต่อปีเกือบ 1.5 ล้านคัน/ปีนั้น เป็นมอเตอร์ไซด์ขนาดเล็ก ต่ำกว่า 150 ซีซีถึง 90% ส่วนรถบิ๊กไบค์มีประมาณ 1,000-2,000 คันเท่านั้น โดยปัจจุบันรายได้จากภาษีสรรพสามิตรถมอเตอร์ไซด์ ประมาณปีละ 2 พันล้านบาท แต่หลังจากมีการปรับโครงสร้างภาษีใหม่แล้ว ทำให้รายได้เพิ่มขึ้นจากปัจจุบันราว 30 –40% หรือราว 600-800ล้านบาท/ปี

Advertisement