หน้าแรก เศรษฐกิจ ชี้ รมต.แห่ออ...

ชี้ รมต.แห่ออกนั่ง ส.ว. -‘ครม.’ไม่เหมาะเคาะไฮสปีดเทรนเชื่อม 3 สนามบิน แนะรอ รบ.ใหม่ชี้ขาด

8.05.19 | 18:22 น.
แฟ้มภาพ

เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า กรณีที่รัฐมนตรี 15 คนในรัฐบาล ออกจากตำแหน่งเพื่อไปรับตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) จะส่งผลกระทบถึงการดำเนินโครงการสัมปทานรัฐที่กำลังดำเนินการอยู่ในเวลานี้ โดยเฉพาะโครงการรถไฟไฮสปีดเทรนเชื่อม 3 สนามบิน(ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) มูลค่ากว่า 2.24 แสนล้านบาท ที่การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) อยู่ระหว่างการเจรจากับเอกชน ซึ่งคาดว่า จะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายในเดือนพฤษภาคมนี้ แต่เมื่อรัฐมนตรีหลายคนออกไป การประชุม ครม.ที่จะมีขึ้นหลังจากนี้ แทบจะถือว่าอยู่ในฐานะรัฐบาลรักษาการอย่างแท้จริง

“ดังนั้นการจะนำโครงการสัมปทานมูลค่ากว่า 2 แสนล้านบาทเข้าสู่ที่ประชุม ครม.เพื่อพิจารณาอนุมัติจึงเป็นเรื่องไม่สมควรอย่างยิ่ง กระทรวงคมนาคม และสำนักงานเลขาธิการเขตพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) ควรจะนำโครงการไฮสปีดเทรนเชื่อม 3 สนามบินเสนอ ครม.ชุดใหม่จะเหมาะสมกว่า”แหล่งข่าวกล่าว

แหล่งข่าวกล่าวว่า ก่อนหน้านี้นายธีระชัย ภูวนารถนรานุบาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ทำหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอขา นายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้รัฐบาลทบทวนโครงการดังกล่าว โดยระบุว่า โครงการนี้ต้องใช้เงินประชาชนเพื่อสนับสนุนให้เอกชนถึง 143,355 ล้านบาท ทั้งที่ การปรับเปลี่ยนรถไฟทางคู่ให้เป็นรถไฟความเร็วปานกลางจะมีประสิทธิภาพพอเพียงและจะลงทุนน้อยกว่าหลายเท่า

“ดังนั้นรัฐจึงควรจะเปลี่ยนวิธีการประมูลโดยใช้หลักการผลประโยชน์จากรายได้ส่วนเกิน เฉพาะกรณีที่มีกลไกที่รัฐสามารถตรวจสอบเพื่อยืนยันความเป็นธรรมในตัวเลขต่างๆ อย่างแน่นอนเท่านั้น และเห็นว่าโครงการนี้จะเป็นการทำให้ ร.ฟ.ท. มีสภาพที่เล็กลง เพราะเปลี่ยนสภาพจากการทำกิจการเดินรถไฟเพื่อดูแลประชาชนไปเป็นการพัฒนาที่ดิน โดยยกที่ดินและกิจการด้านการรถไฟให้เอกชนไปบริหารเองและในอนาคต ร.ฟ.ท.อาจจะสิ้นสภาพไปในที่สุด” แหล่งข่าวกล่าว