หน้าแรก เศรษฐกิจ หุ้นไทยติดลบ ...

หุ้นไทยติดลบ 15.67 จุด นักลงทุนกังวลข้อพิพาทการค้าสหรัฐและจีน ปัจจัยในประเทศยังต้องจับตาการเมือง

8.05.19 | 19:35 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานภาวะหุ้นวันนี้ว่า หุ้นเคลื่อนไหวในแดนลบ โดยปิดตลาดที่ระดับ 1,654.01 จุด ปรับลดลง 15.67 จุด หรือ 0.94% โดยดัชนีทำจุดสูงสุดระหว่างวันที่ 1,663.40 จุด และทำจุดต่ำสุดระหว่างวันที่ระดับ 1,650.24 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่ 55,621.14 ล้านบาท โดยนักลงทุนสถาบันในประเทศ และนักลงทุนต่างประเทศ ขายสุทธิ 2,098.34 ล้านบาท และ 1,885.16 ล้านบาท ตามลำดับ ขณะที่นักลงทุนบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ และนักลงทุนทั่วไปในประเทศ ซื้อสุทธิ 978.51 ล้านบาท และ 3,004.99 ล้านบาท ตามลำดับ

นักวิเคราะห์จากบล.กสิกรไทย เปิดเผยว่า บรรยากาศการลงทุนเป็นลบ จึงคาดว่าดัชนีหุ้นไทยจะปรับตัวลดลงทดสอบแนวรับที่ระดับ 1,665-1,655 จุด สาเหตุมาจากตลาดหุ้นสหรัฐฯและราคาน้ำมันดิบยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง จากความกังวลข้อพิพาททางการค้าของสหรัฐและจีนจะบานปลาย เพราะประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ว่าจะปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน อย่างไรก็ตาม ก่อนกำหนดการในการขึ้นภาษีในวันที่ 10 พฤษภาคมนี้ รองนายกหลิว เหอของจีนยังยืนยันที่จะเดินทางไปเจรจากับสหรัฐฯที่กรุงวอชิงตัน ด้านสัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้า (WTI) พลิกกลับมาติดลบ เนื่องจากหากสถานการณ์การค้าโลกสะดุดจากข้อพิพาทการค้าสหรัฐฯ-จีนจะเป็นตัวกดดันความต้องการใช้น้ำมันดิบ และยังต้องติดตามปัจจัยด้านความต้องการของน้ำมันดิบจากสหรัฐฯในคืนนี้(8 พ.ค.) ได้แก่ สต็อคน้ำมันดิบของสหรัฐฯซึ่งตลาดคาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 7.4 แสนบาร์เรล

ส่วนปัจจัยในประเทศที่น่าติดตามคือ ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยวิธีคำนวณ ส.ส. บัญชีรายชื่อ และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะรับรองรายชื่อ ส.ส. ทั้งหมดภายในวันที่ 9 พฤษภาคมนี้ รวมถึงผลการประชุมนโยบายการเงินของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ยังคงอัตราดอกเบี้ยที่ 1.75% จึงแนะนำกลยุทธ์ในการลงทุนคือ ระยะกลางมองว่าตลาดอาจมีการพักตัว แต่กลุ่มที่ยังพอลงทุนได้ ได้แก่ กลุ่มหุ้นที่อิงกับกำลังซื้อต่างจังหวัดและผู้มีรายได้น้อย อาทิ CPALL BJC ROBINS และกลุ่มหุ้นที่อิงกับโครงสร้างพื้นฐาน อาทิ JASIF AMATA STEC ซึ่งต้องหลีกเลี่ยงกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีนไปก่อน