นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งจากกระทรวงการต่างประเทศ สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองการาจี ว่า ปากีสถานพยายามแก้ไขปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจของประเทศด้วยการส่งเสริมการบริโภคสินค้าที่ผลิตภายในประเทศและลดการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์และสิ่งทอสาธารณรัฐอิสลามปากีสถานจึงออกประกาศคำสั่งที่ S.R.O. 237 ลงวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 เพื่อแก้ไขกฎระเบียบในการนำเข้าสินค้า (Import Policy Order) พ.ศ.2559 ซึ่งมีผลบังคับใช้ทันที
นายอดุลย์กล่าวว่า ระเบียบประกอบด้วย 1.สินค้าจะต้องมีอายุการเก็บรักษา (Shelf life) อย่างน้อยร้อยละ 66 หรือ 2 ใน 3 ของอายุการเก็บรักษานับตั้งแต่วันที่ผลิตสินค้า (จากเดิมกำหนดไว้ที่ร้อยละ 50) 2.สินค้าจะต้องแสดงข้อมูลรายละเอียดบนฉลากบรรจุภัณฑ์ทั้งในภาษาอูรดูและภาษาอังกฤษ อาทิ คุณค่าทางอาหาร วิธีการใช้ผลิตภัณฑ์ 3.บรรจุภัณฑ์ต้องแสดงเครื่องหมายรับรองฮาลาล (Halal Logo)
นายอดุลย์กล่าวว่า 4.การปิดฉลากตามข้อ 1 และ 2 จะต้องไม่ใช้แผ่นลอกและปิด (sticker) การพิมพ์ทับฉากเดิม (overprinting) การใช้ตราประทับ (stamp) หรือฉลากแบบลอกออกได้ (scratch labelling) 5.สินค้านำเข้าจะต้องแนบใบรับรองฮาลาล (Halal Certification) ซึ่งออกโดยหน่วยงานรับรองฮาลาลที่เป็นสมาชิกขององค์การระหว่างประเทศว่าด้วยการรับรองระบบงานฮาลาล (International Halal Accreditation Forum Bod-IHAF) หรือสถาบันมาตรฐานและมาตรวิทยาสำหรับประเทศอิสลาม (Standards Metrology Institute for Islamic Countries-SMIIC)
นายอดุลย์กล่าวว่า สถิติการส่งออกสินค้าเกษตรกรรม (กสิกรรม ปศุสัตว์ประมง) สินค้าอุตสาหกรรมการเกษตร และสินค้าอุตสาหกรรม ไปปากีสถาน ภาพรวม 3 ปีย้อนหลัง ปี 2559 มีมูลค่า 35,441.3 ล้านบาท ปี 2560 มูลค่า 47,440.8 ล้านบาท และปี 2561 มูลค่า 47,315.3 ล้านบาทตามลำดับ โดย 2 เดือนแรกปี 2562 มีมูลค่าการส่งออก 6,614.2 ล้านบาท ลดลง 14.01%

