หน้าแรก เศรษฐกิจ คลังเตรียม 7....

คลังเตรียม 7.7 หมื่นล.ให้รัฐบาลใหม่ใช้กระตุ้นเศรษฐกิจ

10.05.19 | 08:18 น.

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังประเมินแหล่งเงินที่จะให้รัฐบาลใหม่นำมาใช้สำหรับโครงการกระตุ้นและดูแลเศรษฐกิจยังมีเหลือกว่า 7.7 หมื่นล้านบาท โดยก่อนที่จะออกมาตรการพยุงเศรษฐกิจกลางปีประเมินแหล่งเงินทั้งเงินสด เงินกู้พบว่าสามารถนำมาใช้ได้ 9 หมื่นล้านบาท ซึ่งรัฐบาลชุดนี้นำไปใช้ในบัตรสวัสดิการสำหรับมาตรการพยุงเศรษฐกิจกลางปี 1.3 หมื่นล้านบาท ดังนั้นที่เหลือจึงเป็นงบประมาณที่รัฐบาลใหม่จะเข้ามาใช้ได้

นายประสงค์ พูนธเนศ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า มาตรการพยุงเศรษฐกิจในช่วงกลางปี 2562ใส่เงินให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการ 1.32 หมื่นล้านบาท และมาตรการลดหย่อนภาษี 6 มาตรการทำให้สูญรายได้ 8 พันล้านบาทนั้นจะช่วยทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น 0.1% หรือมาอยู่ที่ 3.9% จากเดิมที่กระทรวงการคลังคาดว่าจะโต 3.8% ถือเป็นระดับที่กระทรวงการคลังพอใจแล้ว โดยหลังจากนี้คงต้องติดตามรอดูผลของมาตรการ รอดูภาวะเศรษฐกิจไตรมาส 2 และรอนโยบายจากรัฐบาลชุดใหม่ว่าจะให้ดำเนินการอย่างไร

“ต่อจากนี้คงต้องรอดูว่าการส่งออกของไทยจะสูงกว่าที่กระทรวงการคลังคาดไว้จะโต 3.4% หรือไม่ โดยคงต้องติดตามสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐว่าจะมีความรุนแรงขึ้นหรือไม่ ถ้ารุนแรงขึ้นจะกระทบต่อการส่งออกแน่นอน คงต้องติดตามว่าการส่งออกของไทยจะโต 3.4% ตามที่กระทรวงการคลังประเมินไว้หรือไม่ นอกจากนี้ต้องรอดูราคาพืชผลทางการเกษตร ขณะนี้สินค้าหลายตัว เช่น ปาล์มน้ำมันมีราคาลดลง รวมถึงต้องรอดูการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ถ้ามีรัฐบาลมีเสถียรภาพจะช่วยทำให้เกิดความเชื่อมั่นต่อนักลงทุน อย่างไรก็ตามหากเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มต่ำกว่า 3.8% คิดว่ารัฐบาลใหม่จำเป็นต้องมีมาตรการออกมาดูแลอีกชุดแน่นอน”นายประสงค์กล่าว

นายประสงค์กล่าวต่อว่า แม้เศรษฐกิจในปีนี้อาจต่ำกว่าฐานในการประเมินรายได้ที่กระทรวงการคลังกำหนดว่าเศรษฐกิจจะโต 4% แต่มั่นใจว่าจะไม่กระทบต่อการจัดเก็บรายได้ทั้งปีงบ 2562 เนื่องจากช่วงครึ่งแรกของปีงบประมาณคือในเดือนตุลาคม.2561-มีนาคม 2562 กระทรวงการคลังสามารถจัดเก็บรายได้ถึง 1.16 ล้านล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันปีก่อน 8.16 หมื่นล้านบาท หรือ 7.6% และสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ 5.5 พันล้านบาท หรือ 0.5%

ด้านนายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.) กล่าวว่า สศค.ยังยืนยันตัวเลขเศรษฐกิจปีนี้ว่าจะโต 3.8% แม้ว่าทางมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และเอกชน มองว่าอาจขยายตัวได้เพียง 3.5% ก็ตาม ทั้งนี้สิ่งที่ต้องติดตามคือการส่งออกของไทยว่าจะขยายตัวได้ตามที่สศค.ประเมินโต 3.4% หรือไม่ เพราะสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน มีแนวโน้มปะทุขึ้นมาอีกรอบ จากที่สหรัฐขู่ว่าจะขึ้นภาษีสินค้าจากจีน และเชื่อว่าจีนเองคงไม่ยอมสหรัฐ ดังนั้นต้องดูว่าเรื่องนี้จะจบอย่างไร

ทั้งนี้หากสหรัฐขึ้นภาษีสินค้าจากจีนตามคำขู่ อาจจะกระทบต่อการส่งออกของไทยลดต่ำกว่าที่ประเมินไว้ ซึ่งจะกระทบต่อเศรษฐกิจในภาพรวม อย่างไรก็ตามสศค.ขอรอดูบทสรุปที่จะเกิดขึ้นจริง รวมถึงรอดูผลของมาตรการพยุงเศรษฐกิจที่เพิ่งออกไป โดยเงินที่ใส่เข้าไปในบัตรสวัสดิการมั่นใจว่าจะถูกนำไปใช้จ่ายทันที และจากการใส่เงินเข้าไปในบัตรครั้งก่อนๆ พบว่าเงินถูกนำไปใช้หมดไม่เกิน 1-2 สัปดาห์ ซึ่งคาดว่าในครั้งนี้จะเป็นลักษณะเดียวกันกับครั้งก่อน โดยเงินดังกล่าวเข้าไปหมุนในระบบเศรษฐกิจอย่างน้อย 2 รอบ

Advertisement