“CKPower” โชว์ไตรมาสแรกรายได้เพิ่มกว่า 30% กำไรพุ่ง 10 เท่า ตั้งเป้าผลิต 5,000 เมกะวัตต์ ภายในปี 2568

10.05.19 | 14:30 น.

เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม นายธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKP เปิดเผยถึงผลประกอบการไตรมาสแรกของบริษัทในปี 2562 ว่า CKPower มีรายได้เพิ่มขึ้นกว่า 30% จากช่วงเดียวกันของปี 2561 โดยมีรายได้ 2,418 ล้านบาท ขณะที่ไตรมาสแรกของปี 2561 มีรายได้ 1,829 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 589 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิในไตรมาสแรกของ CKPower เพิ่มขึ้นเป็น 139.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 10 เท่าเมื่อเทียบกับไตรมาสแรกของปีก่อน เป็นการตอกย้ำถึงประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจที่แข็งแกร่งขึ้นในธุรกิจโรงไฟฟ้าหลักที่ CKPower บริหารงานอยู่ทั้ง 3 ประเภท ได้แก่ โรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำงึม 2 , โรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมบางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น (BIC) และโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ บางเขนชัย

“ปัจจัยที่ทำให้รายได้และกำไรของ CKPower เพิ่มขึ้นในไตรมาสแรกของปี 2562 มาจากปริมาณน้ำที่ไหลเข้าโรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำงึม 2 มีปริมาณเพิ่มขึ้น 110 ล้านลูกบาศก์เมตร มากกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนถึง 30% ประกอบกับการปรับค่ารับซื้อไฟฟ้าจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เพิ่มขึ้น 8% ซึ่งมีผลตั้งแต่เดือนมกราคม 2562″นายธนวัฒน์กล่าว

นายธนวัฒน์กล่าวว่า อีกทั้ง เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่าน CKPower เริ่มจ่ายไฟโครงการไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคา ขนาดกำลังการผลิต 0.9 เมกะวัตต์ ให้แก่ผู้ประกอบการภาคเอกชนแล้ว 1 โครงการ จากทั้งหมด 5 โครงการ และยังมีโครงการไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดินอีก 1 โครงการ รวมกำลังการผลิต 6.75 เมกะวัตต์ ซึ่งเริ่มทยอยก่อสร้างตั้งแต่ไตรมาสที่ 3 ปี 2561 คาดว่าจะเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ ได้ครบทั้งหมดในปี 2562 นี้ ขณะเดียวกัน โครงการไฟฟ้าพลังงานระบบความร้อนร่วม โรงไฟฟ้าบางปะอินโคเจนเนอเรชั่น (BIC) มีการขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 5-6%

นายธนวัฒน์กล่าวอีกว่า ขณะนี้โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี มีความคืบหน้ากว่า 98% เริ่มจ่ายไฟฟ้าให้แก่ กฟผ.อย่างเป็นทางการเมื่อต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยเป็นการจ่ายไฟจากเครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาด 175 เมกะวัตต์ เครื่องแรกจากทั้งหมด 7 เครื่อง และคาดว่าจะเดินเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเครื่องที่ 2 และ 3 ได้ภายในเดือนพฤษภาคมนี้ และจะเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ตามแผนได้ภายในไตรมาส 4 ของปีนี้

Advertisement

นายธนวัฒน์กล่าวว่า จากการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2562 คณะกรรมการบริษัทฯ มีมติอนุมัติการซื้อหุ้นบริษัท เซาท์อีสท์ เอเชีย เอนเนอร์จี จำกัด เพิ่มในสัดส่วนร้อยละ 5.33 มูลค่ารวม 681.5 ล้านบาท ส่งผลให้ CKPower เพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัท เซาท์อีสท์ เอเชีย เอนเนอร์จี จำกัด จากร้อยละ 56 เป็นร้อยละ 61.3 ของทุนจดทะเบียน และเพิ่มสัดส่วนการลงทุนทางอ้อมใน โรงไฟฟ้าพลังน้ำน้ำงึม 2 จากร้อยละ 42 เป็นร้อยละ 46 คาดว่าจะเข้าทำสัญญาและดำเนินการต่างๆ แล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายนนี้

นายธนวัฒน์กล่าวว่า สำหรับสถานะทางการเงิน เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2562 บริษัท ไฟฟ้าน้ำงึม 2 จำกัด ได้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ครั้งที่ 1/2562 จำนวน 6,000 ล้านบาท ซึ่งได้รับการตอบรับจากนักลงทุนสถาบันเป็นอย่างดี โดยบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด จัดอันดับเครดิตหุ้นกู้ที่ออกในครั้งนี้ที่ระดับ “A” และปรับเพิ่มอันดับเครดิตหุ้นกู้ชุดอื่นๆ ทั้งหมดของบริษัท ไฟฟ้าน้ำงึม 2 จำกัด เป็นระดับ “A” และมีแนวโน้มอันดับเครดิต “คงที่” โดยบริษัท ไฟฟ้าน้ำงึม 2 จำกัด นำเงินจากการออกและเสนอขายหุ้นกู้ดังกล่าวชำระคืนหนี้เงินกู้จากสถาบันการเงินที่เหลือทั้งหมด เพื่อลดต้นทุนและเสริมความแข็งแกร่งทางการเงินของกลุ่ม CKPower

“จากผลการดำเนินงานในไตรมาสแรกของปีนี้ รวมถึงกิจกรรมการดำเนินงานที่ผ่านมา แสดงให้เห็นถึงการให้ความสำคัญของกลุ่ม CKPower ในการส่งเสริมผลประกอบการในอนาคตให้มีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น อีกทั้งยังสอดคล้องกับนโยบายของบริษัทที่จะก้าวเป็นผู้นำด้านพลังงานสะอาดของประเทศและในภูมิภาคอาเซียน และดำเนินธุรกิจให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน ควบคู่ไปกับการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม ซึ่ง CKPower จะยังคงมุ่งหาโอกาสทางธุรกิจใหม่อย่างต่อเนื่องทั้งในและต่างประเทศ เพื่อสนับสนุนเป้าหมายกำลังการผลิตติดตั้งที่ 5,000 เมกะวัตต์ ภายในปี 2568″นายธนวัฒน์กล่าว

ทั้งนี้ CKPower ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานประเภทต่างๆ 3 ประเภท จำนวน 13 โครงการ รวมขนาดกำลังการผลิตติดตั้งที่ 2,167 เมกะวัตต์ ประกอบด้วย โครงการไฟฟ้าพลังน้ำ 2 โครงการ ภายใต้บริษัท ไฟฟ้าน้ำงึม 2 จำกัด ซึ่งบริษัทฯ ถือหุ้น 42% (ถือผ่านบริษัท เซาท์อีสท์ เอเชีย เอนเนอร์จี จำกัด) ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 615 เมกะวัตต์ และบริษัท ไซยะบุรี พาวเวอร์ จำกัด ซึ่งบริษัทฯ ถือหุ้น 37.5% ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 1,285 เมกะวัตต์
โครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม 2 โครงการ ภายใต้ บริษัท บางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น จำกัด ซึ่งบริษัทฯ ถือหุ้นอยู่ 65% ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 238 เมกะวัตต์ นอกจากนี้ยังโครงการไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ 9 โครงการ ภายใต้ บริษัท บางเขนชัย จำกัด ซึ่งบริษัทฯ ถือหุ้น 100% จำนวน 7 โครงการ ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 15 เมกะวัตต์ ภายใต้ บริษัท เชียงรายโซล่าร์ จำกัด ซึ่งบริษัทฯ ถือหุ้น 30% จำนวน 1 โครงการ ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 8 เมกะวัตต์ และภายใต้บริษัท นครราชสีมา โซล่าร์ จำกัด ซึ่งบริษัทฯ ถือหุ้น 30% จำนวน 1 โครงการ ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 6 เมกะวัตต์