แม้โดนกระแสโจมตีให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับเทคโนโลยี 5G แต่ผู้ผลิตมือถือสัญชาติจีนอย่าง “หัวเว่ย” ก็ทำยอดขายโตขึ้น 50.3% ในไตรมาสแรกของปี 2562 และลดช่องว่างระหว่าง 2 อันดับแรกของโลก ซึ่งนำโดย ซัมซุง ให้เข้าไปใกล้ยิ่งขึ้น และสามารถเบียดเอาชนะ “แอปเปิล” ตกไปอยู่อันดับสาม โดยหัวเว่ย ขึ้นมาเป็นเจ้าตลาดสมาร์ทโฟนอันดับสองของโลกเป็นผลสำเร็จเมื่อไตรมาสแรกของปีนี้
นับเป็นครั้งแรกในรอบ 7 ปี ที่ซัมซุงและแอปเปิล ไม่ได้ครองคู่อันดับสูงสุดของโลกอีกต่อไปแล้ว!
ไตรมาสแรกของปีนี้ หัวเว่ย ทำยอดขาย 59.1 ล้านเครื่อง ขณะที่ไตรมาสแรกของปีก่อนทำยอดขาย 39.2 ล้านเครื่อง และครองสัดส่วน 19% ของตลาด ตามหลัง ซัมซุง ที่ครองส่วนแบ่ง 23.1% (71.9 ล้านเครื่อง) ซึ่งลดลง 8% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว (78.2 ล้านเครื่อง) และแอปเปิลที่มีส่วนแบ่ง 11.7% (ขายได้ 36.4 ล้านเครื่อง) ซึ่งตกลงถึง 30.2% เมื่อเทียบกับไตรมาสแรกของปีก่อน ที่มียอด 52.2 ล้านเครื่อง
หัวเว่ย จึงนับเป็นเจ้าของมือถือชั้นนำเพียงรายเดียวที่เติบโตเมื่อเทียบกันระหว่างไตรมาสของปีที่ผ่านมา สวนทางกับตลาดมือถือโลกโดยรวมที่ยอดตกลง 15%
ถือได้ว่า ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ หัวเว่ย ออกมารายงานผลประกอบการประจำไตรมาสที่ผ่านมา ทั้งนี้หัวเว่ยจะออกรายงานเฉพาะครึ่งปีและประจำปี เนื่องจากไม่ใช่บริษัทในตลาดหุ้น แต่การนำเสนอตัวเลขนี้น่าจะเป็นการบอกว่าบริษัทยังเติบโตได้ดี
หัวเว่ย บอกว่า ปี 2019 หรือปีนี้จะเป็นปีที่มีการลงทุนขยายติดตั้ง 5G มากขึ้นในทุกภูมิภาคของโลก และจะเป็นโอกาสเติบโตอีกมหาศาลของบริษัท
จับตาต่อไปว่า “แอปเปิล” จะกู้สถานการณ์กลับมาอย่างไร กลับสภาพการณ์ ณ ปัจจุบันที่โดนหัวเว่ยปาดหน้าไปแล้ว

