อีอีซีชี้แรงงานขาด5หมื่นตำแหน่ง 5ปีต้องการ4.75แสนตำแหน่ง เชฟรอน– คีนันปั้นแสนรายเข้าอีอีซี
เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2562 นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการนโยบานเขตพัฒนา
พิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการพัฒนาแรงงานเพื่อรองรับการลงทุนในพื้นที่เขต
พัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซี) ว่า ได้สอบถามผู้ประกอบการในพื้นที่อีอีซี และนักลงทุนทั้งไทยและจาก
ทั่วโลกที่สนใจลงทุนในอีอีซีต่อความต้องการแรงงาน พบว่า ปีนี้พื้นที่อีอีซีมีความต้องการแรงงานประมาณ
50,000ตำแหน่ง โดยเฉพาะช่วงครึ่งปีหลังที่จะมีการลงทุนจริง หลังจากโครงสร้างพื้นฐานได้ผู้ชนะการ
ประมูลและเริ่มลงทุนแล้ว ประกอบกับบางอุตสาหกรรมมีการขยายการลงทุน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยาน
ยนต์แห่งอนาคต อุตสาหกรรมปิโตรเคมีเทคโนโลยีขั้นสูง

นายคณิศกล่าวว่า อย่างไรก็ตามปริมาณแรงงานในพื้นที่อีอีซีพบว่ายังขาดแคลน โดยเฉพาะปริมาณผู้เรียน
สาขาอาชีวะ เพราะทัศนคติระดับมัธยมต้นยังไม่เลือกเรียนอาชีวะมากนัก ซึ่งปัจจุบันสกพอ.กำลังเร่งหารือกับ
กระทรวงศึกษาธิการและมหาวิทยาลัยทั้งในพื้นที่อีอีซี และทั่วประเทศเพื่อปรับหลักสูตรที่เหมาะสม เป็น
กำลังสำคัญในการป้อนแรงงานเข้าพื้นที่อีอีซี ล่าสุดอีอีซีได้ประสานมหาวิทยาลัยบูรพาจ.ชลบุรี เพื่อขอให้
ปรับปรุงหลักสูตรที่มีจำนวน 200 หลักสูตร ให้เน้นการเรียนการสอนในสาขาวิศวกรรมศาสตร์ เพื่อรองรับ
อุตสาหกรรมเป้าหมายในอีอีซี คาดว่า จะใช้เวลา 3-5ปีในการดำเนินการ เบื้องต้นบางหลักสูตรอาจให้นักศึกษาเรียนแค่ 1-2 ปีก็สามารถทำงานพร้อมกับเรียนได้”นายคณิศกล่าว
นายคณิศกล่าวว่า สำหรับความต้องการแรงงานช่วง5ปีข้างหน้า ปี 2562-66 อยู่ที่ 475,674 ตำแหน่ง แบ่งเป็น อาชีวะศึกษา 253,114 ตำแหน่ง ปริญญาตรี 213,943 ตำแหน่ง และปริญญาโท-เอก 8,617 ตำแหน่ง ประเมินจากความต้องการของนักลงทุนจาก 7 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ประกอบด้วย ยานยนต์แห่งอนาคต
อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ ท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ หุ่นยนต์ การบิน ดิจิทัล การแพทย์ครบวงจร และจาก 3 โครง
สร้างพื้นฐาน ประกอบด้วย ระบบราง พาณิชย์นาวี โลจิสติกส์
นายอาทิตย์ กริชพิพรรธ ผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายสนับสนุนธุรกิจ บริษัท เชฟรอน ประเทศไทยสำรวจและผลิต
กล่าวว่า ได้สนับสนุนงบประมาณ 1,000 ล้านบาท ดำเนินโครงการเชฟรอน เอ็นจอย ไซเอ็นซ :สนุกวิทย์ พลัง คิด เพื่ออนาคต และตั้งศูนย์การศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะอาชีพ หรือทีเวท ฮับ เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา พัฒนาฝีมือทักษะแรงงาน โดยเฉพาะเรื่องการพัฒนาวิชาชีพไปสู่แรงงานที่มีคุณภาพตรงตามความต้องการตลาด โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเป้าหมาย อาทิ พื้นที่อีอีซีมีความต้องการคนสาขาอาชีวะและช่างเทคนิคจำนวนมาก โดยจากการดำเนินโครงการเกือบ 5 ปี (ปี 2558-62) สร้างครูแกนนำแต่ละพื้นที่เพื่อพัฒนาโรงเรียนต่างๆที่เข้าร่วมกว่า 660 แห่ง คาดว่ามีผู้ได้ประโยชน์จากโครงการนี้ประมาณ 500,000-600,000 คน อาทิ ครู นักเรียน นักศึกษา
นายอาทิตย์กล่าวว่า โครงการจะคัดเลือกครูมาฝึกเป็นครูแกนนำเพื่อฝึกนักเรียนในสถาบันอาชีวศึกษาแต่ละ
พื้นที่ทั่วประเทศ นำรูปแบบการสอนในต่างประเทศมาใช้ สอนแบบสะเต็ม เน้นการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี ให้เข้าใจปัญหาออกแบบวิธีการแก้ปัญหา ทดสอบประเมินผล ซึ่งผลการประเมิน
โดนหน่วยงานกลาง ระบุว่า นักเรียนมีความเข้าใจ และต้องการเรียนสายวิชาชีพมากขึ้น ถือเป็นเรื่องที่ดีมาก
เพราะถ้าไทยไม่เร่งผลิตแรงงานที่มีคุณภาพ ตอบโจทย์อุตสาหกรรม ต่อไปต้องนำเข้าแรงงานเข้ามา กลายเป็นว่าคนที่ได้รับประโยชน์ในการถ่ายทอดเทคโนโลยีในอุตสาหกรรมใหม่ๆ จะเป็นแรงงานต่างด้าวแทนคนไทยเป็นเรื่องที่น่าเสียดายมาก

นายปิยะบุตร ชลวิจารณ์ ประธานอำนวยการมูลนิธิคีนันแห่งเอเซีย ในฐานะผู้ดูแลโครงการฯ กล่าวว่า ได้
ดำเนินศูนย์การศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะอาชีพ หรือทีเวท ฮับ ซึ่งเป็นการพัฒนาครูวิทยาศาสตร์และครู
คณิตศาสตร์จากวิทยาลัยสังกัดอาชีวศึกษาในเครือข่ายทั้ง 6 แห่ง คาดว่า ในอนาคตโครงการนี้จะพัฒนาแรง
งานที่มีคุณภาพ ป้อนสู่อุตสาหกรรมเป้าหมายในพื้นที่อีอีซี หรือพื้นที่อื่นๆ ที่ต้องการแรงงานคุณภาพไม่ต่ำกว่า 100,000 คน


