‘เทรดวอร์’ ยังคงเป็นแรงกดดันตลาดหุ้นไทย (มีคลิป)

13.05.19 | 10:28 น.

‘ทรีนีตี้’ มองตลาดหุ้นไทยยังผันผวน ชี้สงครามการค้ายังเป็นปัจจัยสำคัญ ให้กรอบเคลื่อนไหวที่ระดับ 1,620-1,670 จุด

นายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัท หลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด เปิดเผยในรายการคลุกวงหุ้นว่า ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามยังเป็นเรื่องของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน (เทรดวอร์) ที่ต้องดูว่าจะมีพัฒนาการในการเจรจาการค้าร่วมกันอย่างไร โดยหากการเจรจาของทั้งสองฝ่ายดีขึ้น จนทำให้ประธานาธิบดีสหรัฐลดจุดยืน หรือลดความแข็งกร้าวลงมา จะเป็นประโยชน์ต่อตลาดหุ้นทั่วโลกได้ รวมถึงการประกาศการทบทวนรายชื่อดัชนี MSCI รอบใหม่ในวันที่ 14 พฤษภาคมนี้ ซึ่งคาดการณ์ว่าหากจะมีหุ้นไทยตัวใดที่ถูกนำเข้าสู่ดัชนี Standard Index ในรอบนี้คาดว่ามีโอกาสสูงมากที่จะเป็น KTC ของบริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) และปัจจัยด้านราคาน้ำมัน ที่ราคาน้ำมันดิบน่าจะทรงตัวอยู่ในระดับสูง จากท่าทีของ 8 ประเทศสำคัญที่เตรียมยุติการนำเข้าน้ำมันจากอิหร่าน ทำให้ซัพพลายน่าจะลดน้อยลง เพราะฉะนั้นการที่ราคาน้ำมันยังคงยืนสูงอยู่ อาจจะเป็นส่วนช่วยประคับประคองตลาดหุ้นเอาไว้ได้

นายณัฐชาตกล่าวว่า สำหรับปัจจัยในประเทศเป็นเรื่องการเมือง ที่เริ่มมีความเข้มข้นมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งต้องติดตามการเปิดประชุมสภานัดแรก ที่จะต้องมีการเลือกประธานสภาและรองประธานสภา รวมถึงการเลือกนายกรัฐมนตรี ที่สำคัญที่สุดเชื่อว่าในขณะนี้ นักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศต่างจับตามองในส่วนของหน้าตารัฐบาลผสมที่จะเข้ามาบริหารประเทศว่า จะมีเสถียรภาพมากน้อยแค่ไหน และจะมีจำนวนที่นั่งในสภาเกิน 250 ที่นั่งมากน้อยแค่ไหน เพราะจะเป็นตัวชี้ชะตาทิศทางของตลาดหุ้นในช่วงต่อจากนี้ด้วย รวมถึงการประกาศผลการดำเนินงานของ บจ.ประจำไตรมาส 1 ของปี 2562 ในช่วงนี้ ที่ราคาหุ้นจะมีความผันผวนตามปัจจัยนี้ เนื่องจากหากผลประกอบการออกมาดีหรือไม่ดีก็จะส่งผลกับราคาหุ้นในตลาดด้วย

“คาดว่าดัชนีหุ้นไทยจะแกว่งตัวในกรอบ 1,620-1,670 จุด จึงแนะนำกลยุทธ์ในการลงทุนคือ หลังจากเข้าสะสมหุ้นเพิ่มที่ระดับดัชนี 1,650 จุดไปแล้ว แนะนำให้ถือหุ้นไว้เก็งกำไรได้ โดยมองว่าข่าวร้ายจากปัจจัยเทรดวอร์อยู่ในราคาไปพอสมควร จึงมองว่าหากมีสัญญาณดีขึ้นก็จะทำให้ตลาดหุ้นตอบรับในเชิงบวกมากขึ้นได้ โดยหากนักลงทุนต้องการเข้าซื้อสะสมหุ้นเพิ่มก็มองว่า หากดัชนีย่อลงแตะระดับ 1,620 จุด จะเป็นโอกาสดีในการเข้าสะสม เพราะเชื่อว่าจะเป็นจุดที่สามารถเพิ่มน้ำหนักได้อย่างมีนัยยะสำคัญ” นายณัฐชาตกล่าวว่า

ส่วนหุ้นเด่นจะเป็นตัวไหน ต้องติดตามในรายการคลุกวงหุ้น!

Advertisement