นายเจมส์ แอลลัน ผู้อำนวยการบริษัทวิจัยทางเศรษฐศาสตร์ฟรอนเทียร์อีโคโนมิกส์ เปิดเผยว่า จากการประเมินผลกระทบเชิงเศรษฐศาสตร์ของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมต่อเศรษฐกิจของเอเชีย ซึ่งครอบคลุม 5 ประเทศ ที่เทเลนอร์กรุ๊ปดำเนินกิจการอยู่ในเอเชีย ได้แก่ บังคลาเทศ ปากีสถาน เมียนมาร์ มาเลเชีย และไทย โดยรวมพบว่า บริการด้านโทรคมนาคม มีส่วนสำคัญที่ก่อให้เกิดประสิทธิภาพทางธุรกิจ สร้างสรรค์นวัตกรรม รวมถึงสร้างตลาดใหม่ ที่เกิดจากผลิตภัณฑ์และบริการที่ใช้เทคโนโลยีการสื่อสาร ซึ่งมีส่วนช่วยสนับสนุนให้เศรษฐกิจมวลรวมของเอเชียโตขึ้น 6-12% ต่อปี
นายเจมส์ กล่าวว่า จากการศึกษายังพบว่า ภาคการเงิน ธุรกิจค้าปลีก การศึกษา สาธารณสุขและการขนส่ง เป็นธุรกิจที่มีการใช้เทคโนโลยีการสื่อสารจำนวนมาก เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการช่วยหนุนให้เศรษฐกิจของประเทศเติบโตกว่าอุตสาหกรรมรูปแบบเดิม
“สำหรับประเทศไทย ภาคการเงินมีการใช้เทคโนโลยีสื่อสารเป็นพื้นฐานในการให้บริการผลิตภัณฑ์และบริการอื่นๆ เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการชำระผ่านช่องทางดิจิทัลที่เติบโตเกือบเท่าตัว จาก 33% ในปี 2557 เป็น 62% ในปี 2560 ขณะที่อัตราการเติบโตของผู้ใช้กระเป๋าเงินดิจิทัล (โมบาย วิลเล็ต) เติบโตจาก 1% เป็น 8% ในช่วงเวลาเดียวกัน” นายเจมส์ กล่าว
ขณะที่ ภาคเกษตร ก็เริ่มมีการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาเสริมประสิทธิภาพในการเพาะปลูก เนื่องจากการทำเกษตรแบบดั้งเดิมไม่ก่อให้เกิดผลิตภาพทางการเกษตรที่ดี สะท้อนได้จากผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ภาคเกษตรที่เหลือเพียง 10% จากอดีตที่มีสัดส่วนสูงถึง 32%
“ดีแทค จึงได้เริ่มโครงการ ดีแทคสมาร์ทฟาร์มเมอร์ เพื่อให้บริการข้อมูลทางการเกษตร แก่เกษตรกร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการกษตรผ่านการบริการทางด้านข้อมูล ซึ่งไม่เพียงส่งผลเชิงเศรษฐกิจ แต่ยังรวมถึงวิถีความเป็นอยู่ของเกษตรกรไทยจะดีขึ้นด้วย” นายเจมส์ กล่าว
นายฮากุน บรัวเซ็ท เชิร์ล ผู้อำนวยการอาวุโสสายงานพันธมิตรและสัมพันธ์องค์กร เทเลนอร์กรุ๊ป เอเชีย เปิดเผยว่า ปัจจุบัน เทเลนอร์กรุ๊ปดำเนินธุรกิจในภูมิภาคเอเชียมาแล้วกว่า 20 กว่าปี มีผู้ใช้บริการรวมกันกว่า 166 ล้านคน ใน 5 ประเทศ ได้แก่ บังคลาเทศ ปากีสถาน เมียนมาร์ มาเลเชีย และไทย ซึ่งการให้บริการการสื่อสารนั้น จำเป็นต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมหาศาล โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานให้ครอบคลุมทั่วเอเชีย ซึ่งระหว่างปี 2557-2560 เทเลนอร์กรุ๊ปลงทุนในภูมิภาคเอเชียทั้ง 5 ประเทศเป็นจำนวนทั้งสิ้น 6,200 ล้านเหรียญสหรัฐ
“นอกจากเงินลงทุน เทเลนอร์กรุ๊ปยังมุ่งมั่นในการเป็นส่วนสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในประเทศที่เทเลนอร์ดำเนินกิจการ เพื่อสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ งานพัฒนาสังคมและการสร้างสรรค์นวัตกรรมของไทย” นายฮากุน กล่าว
นายฮากุน กล่าวว่า แม้ว่ากว่า 20 ปีที่ผ่านมา เทเลนอร์กรุ๊ปได้นำมาซึ่งความก้าวหน้าต่างๆ มายังภูมิภาคเอเชีย แต่การใช้เทคโนโลยีการสื่อสารเพื่อหนุนการเติบโตของเศรษฐกิจยังไม่เต็มศัยภาพ ดังนั้น เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายของการใช้เทคโนโลยีอย่างเต็มประสิทธิภาพ ความร่วมมือกันระหว่างภาครัฐบาล ภาคธุรกิจและประชาสังคมจึงสำคัญมาก ในการสร้างระบบนิเวศดิจิทัล เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและโลกดิจิทัลในอนาคต

นางอเล็กซานดรา ไรช์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค เปิดเผยว่า นวัตกรรมและการลงทุนของผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ (โอเปอเรเตอร์) ได้สร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างมีนัยสำคัญต่อประเทศไทย ซึ่ง ดีแทค จะยังคงมุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมเพื่อช่วยเหลือกลุ่มต่างๆ ในสังคมให้เข้าถึงบริการ เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยเฉพาะการเข้ามาของ 5G ในอนาคต ที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างมาก
นางอเล็กซานดรา กล่าวว่า จากข้อมูลของเทเลนอร์กรุ๊ปและอุตสาหกรรมโทรคมนาคมประเทศไทย พบว่า พนักงานหนึ่งรายช่วยสร้างมูลค่าเศรษฐกิจแก่ประเทศไทย จำนวน 245,000 เหรียญสหรัฐในปี 2559-2560 ขณะที่ 23% ของรายได้นำกลับไปลงทุนระหว่างปี 2558-2560 นอกจากนี้ เทเลนอร์กรุ๊ปยังอุดหนุนประเทศไทยผ่านมาตรการภาษีในปี 2560 จำนวน 285 ล้านเหรียญสหรัฐ และอุตสาหกรรมโทรคมนาคมช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มเชิงเศรษฐศาสตร์ (อีวีเอ) ให้เศรษฐกิจไทยขยายตัว 68% อีกทั้ง จากปี 2548-2558 (10 ปี) พบว่า มูลค่าเศรษฐกิจไทยที่เกี่ยวเนื่องบริการการสื่อสารเติบโตเกือบเท่าตัว จาก 4 แสนล้านเหรียญสหรัฐเป็น 7 แสนล้านเหรียญสหรัฐ

