PORT กำไร Q1 เพิ่ม 36.14 ล้านบาท มั่นใจธุรกิจโตอีก เพิ่มทุนจดทะเบียน ขยายการลงทุน

14.05.19 | 10:48 น.

นายบัญชัย ครุจิตร รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สหไทย เทอร์มินอล จำกัด (มหาชน) หรือ PORT เปิดเผยรายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2562 ว่า บริษัทฯมีรายได้รวม 393.05 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.91 % จากรายได้ของปีก่อนมีรวม 374.67 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 36.14 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.57% จากกำไรสุทธิ 35.58 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักมาจากปริมาณตู้สินค้าจากเรือขนส่งสินค้าระหว่างประเทศและเรือขนส่งสินค้าชายฝั่งที่เข้ามาใช้บริการที่ท่าเรือมีปริมาณเพิ่มขึ้น และกิจกรรมต่อเนื่องอื่นๆยังเติบโตได้ดี

สำหรับไตรมาส 2 นี้ บริษัทฯได้ลูกค้าสายเรือรายใหม่ สายเรือ VASI จากประเทศสิงคโปร์ โดยเริ่มเข้าเทียบท่าเรือสหไทย ตั้งแต่กลางเดือนเมษายนที่ผ่านมา คาดว่าจะมีปริมาณการขนส่งคอนเทนเนอร์ของสายเรือ VASI ประมาณ 1,600 teus/เดือน โดยมีเส้นทางจากไทยไปยังท่าเรือจิตตะกอง ประเทศบังคลาเทศ ซึ่งถือเป็นเส้นทางที่มีความต้องการของตลาดอย่างมาก นอกจากนี้บริษัทฯ ยังได้มีการขยายฝูงรถเพื่อให้บริการขนส่งทางบกแก่ลูกค้าสายเรือและผู้นำเข้าส่งออก เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า ซึ่งเป็นอีกหนึ่งบริการที่ลูกค้าพึงพอใจ ทำให้เชื่อมั่นว่ารายได้จะเติบโตได้ตามคาดการณ์

นายบัญชัย กล่าวว่า บริษัทฯ มีแผนจะขยายธุรกิจท่าเรือและโลจิสติกส์แบบครบวงจร เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ธุรกิจของบริษัท และทำให้ผลการดำเนินงานเติบโตอย่างต่อเนื่องอย่างมั่นคง โดยลงทุนสร้างท่าเรือพาณิชย์แห่งที่ 3 และขยายศูนย์กระจายสินค้า ด้วยการเพิ่มทุนจดทะเบียนจำนวน 138 ล้านหุ้น มูลค่า (พาร์) หุ้นละ 0.50 บาท ซึ่งบริษัทฯจะจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 92 ล้านหุ้น เสนอขายผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนการถือหุ้น (Right Offering-RO) ในอัตราส่วน 5 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นใหม่ ราคาหุ้นละ 4.00 บาท กำหนดจองซื้อและชำระเงินวันที่ 17- 24 พฤษภาคมนี้ และจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนไม่เกิน 46 ล้านหุ้น เพื่อรองรับใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญ (วอร์แรนต์) รุ่นที่ 1 หรือ PORT – W1 ที่บริษัทฯจะขายให้ผู้ถือหุ้นเดิมที่จองซื้อหุ้นเพิ่มทุน โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในอัตราส่วน 2 หุ้นเพิ่มทุนต่อ 1 วอร์แรนต์ โดย PORT – W1 มีอายุ 3 ปี มีอัตราการใช้สิทธิวอร์แรนต์ต่อ 1 หุ้นใหม่ ที่ราคาใช้สิทธิ 6.50 บาท/ หุ้น

สำหรับการเพิ่มทุนในครั้งนี้เพื่อใช้ ลงทุนในบริษัทบางกอก ริเวอร์ เทอร์มินอล จำกัด (BRT) ร่วมกับบริษัท APM Terminals จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ A.P. Moller-Maersk สายเรืออันดับหนึ่งของโลก และกลุ่มน้ำตาลมิตรผล เพื่อสร้างท่าเรือพาณิชย์แห่งที่ 3 รองรับการขยายตัวของ การนำเข้าและส่งออกของประเทศที่เพิ่มมากขึ้น โดยบริษัทฯจะมีสัดส่วนการถือหุ้นร้อยละ 38 ส่วนบริษัท APM Terminals จำกัด และกลุ่มมิตรผล ถือหุ้นร้อยละ 33 และ 29 ของทุนจดทะเบียน ตามลำดับ ซึ่งการลงทุนใน BRT จะเพิ่มความสามารถในการให้บริการท่าเรือได้อีกประมาณ 180,000 TEUs/ปี รวมกับความสามารถในการให้บริการเดิมของบริษัทฯและบริษัทย่อย เป็น 920,000 TEUs/ปี หรือเพิ่มขึ้นราว 24%

นอกจากนี้ จะลงทุนในบริษัท บางกอก โลจิสติกส์ พาร์ค จำกัด (BLP) ร่วม กับ บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (“FRASERS”) (ชื่อเดิม คือ บริษัท ไทคอน อินดัสเทรียล คอนเนคชั่น จำกัด (มหาชน) โดยบริษัทฯและ FRASERS มีสัดส่วนการถือหุ้นร้อยละ 25 และร้อยละ 75 ของทุนจดทะเบียน ตามลำดับ เพื่อลงทุนพัฒนาและบริหารโครงการโลจิสติกส์พาร์ค และศูนย์กระจายสินค้าบนพื้นที่กว่า 50 ไร่ ในเขตพื้นที่ขอบเมืองกรุงเทพมหานคร เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่มีการเติบโตแบบก้าวกระโดดสอดรับเทรนด์ธุรกิจยุคดิจิทัล

Advertisement