นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน (คน.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายในงานวันคล้ายวันสถาปนากรมการค้าภายใน ครบรอบ 77 ปี ว่า กรมฯได้ทำงานด้วยการมุ่งเน้นไปที่ผลประโยชน์และความกินดีอยู่ดีของเกษตรกร ผู้ประกอบการ และผู้บริโภค ซึ่งมีรูปแบบการทำงานเชิงรุกที่พร้อมปรับตัวให้ทันกับเหตุการณ์ และเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เพื่อดำเนินภารกิจตามนโยบายของรัฐบาลในด้านการดูแลราคาสินค้าเกษตร ดูแลความเป็นธรรมด้านราคาและปริมาณสินค้า การลดภาระค่าครองชีพของผู้บริโภค และส่งเสริมระบบการตลาด เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตอย่างเข้มแข็ง โดยได้ทำงานในเชิงวิชาการและปฏิบัติเชิงรุกมากขึ้น โดยการวางแผนและกำหนดกลยุทธ์ เพื่อตั้งรับปัญหาทั้งด้านสินค้าเกษตรและสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีแนวโน้มจะเกิดขึ้น ซึ่งจะทำให้สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที
นายวิชัย กล่าวว่า ที่ผ่านมากรมฯได้พยายามทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมากขึ้น โดยเฉพาะปัญหาที่เกี่ยวข้องกับราคาสินค้า อาทิ ปาล์มน้ำมัน ที่ได้ทำงานร่วมกับกระทรวงพลังงาน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) และผู้ว่าราชการในแต่ละจังหวัด เพื่อช่วยลดปริมาณปาล์มน้ำมัน และทำให้ราคาปรับเพิ่มขึ้นจากเดิม รวมถึงราคายา เวชภัณฑ์ และค่ารักษาพยาบาล ที่ได้ทำงานร่วมกับหน่วยงานกระทรวงสาธารณสุข ภาควิชาการ และผู้แทนฝ่ายผู้บริโภค เพื่อช่วยไม่ให้ผู้บริโภคถูกเอาเปรียบในด้านต่างๆ พร้อมทั้งยังได้กำหนดบทบาทภารกิจของกรมฯให้เข้มข้นและชัดเจนมากขึ้น อาทิ การลงพื้นที่ตรวจสอบเครื่องชั่งตวงวัด รวมถึงการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในงานบริการ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและผู้ประกอบการ เช่น การขออนุญาตผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ในการขนย้ายสินค้าเกษตร ผู้ประกอบการค้าข้าว ผู้ตรวจสอบ และให้คำรับรองเครื่องชั่วตวงวัดที่ตนเองผลิตหรือซ่อม การนำเครื่องชั่งตวงวัดออกจากด่านศุลกากร การตรวจสอบวันหมดอายุคำรับรองเครื่องชั่งตวงวัดออนไลน์ และการขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจชั่งตวงวัด
“ที่ผ่านมาได้ช่วยเหลือทั้งผู้ประกอบการและผู้บริโภค ผ่านการแก้ไขปัญหาต่างๆ มากมาย แต่ต้องยอมรับว่าไม่สามารถทำให้ถูกใจทุกฝ่ายได้ เพราะผู้ประกอบการจะคำนึงถึงผลประโยชน์ ขณะที่ผู้บริโภคจะดูเรื่องต้นทุน ราคา ทำให้การทำงานถูกบีบจากทุกฝ่ายจนเหลือพื้นที่การทำงานไม่มาก ขยับตัวแค่นิดเดียวก็พร้อมที่จะถูกว่าจากหลายๆ ฝ่ายได้ แต่ก็ถือว่าผ่านมาได้ดีในหลายเหตุการณ์ โดยต่อจากนี้จะเดินหน้าบริหารจัดการ และแก้ไขปัญหาต่างๆ ต่อไป เพื่อผลักดันการค้าภายในประเทศให้มีความเข้มแข็งมากขึ้น รวมถึงสร้างความเป็นธรรมในการทำการค้าต่อไป”

