นายจิติพล พฤกษาเมธานันท์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่าค่าเงินบาทวันที่14 พฤษภาคม เปิดตลาดที่ 31.65 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐก่อนช่วงบ่ายจะแข็งค่าเร็วลงมาที่31.49 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐแข็งค่ามากที่สุดในรอบ10 สัปดาห์หรือในรอบ 2 เดือนครึ่ง โดยแม้นักลงทุนหันไปลงทุนสินทรัพย์ปลอดภัย เช่น ทองคำและเงินเยนทำให้มีแรงกดดันค่าเงินบาทลงมา ขณะที่ข่าวสถานการณ์การเมืองไทยที่มีการโปรดเกล้าแต่งตั้งสว.เข้ามาทำให้นักลงทุนที่เคยขายเงินบาทเพราะมองว่าไทยมีความเสี่ยงเรื่องการเมืองต้องซื้อกลับ ส่วนฝั่งนโยบายการเงินระหว่างประเทศก็มีความกังวลว่าไทยอาจถูกจับเป็นประเทศที่แทรกแซงค่าเงินจึงไม่มีแรงซื้อดอลลาร์สหรัฐเข้ามา
นายจิติพล กล่าวว่า แนวโน้มค่าเงินบาทในระยะสั้นต้องติดตามเรื่องสงครามการค้าแต่เชื่อว่าจะไม่สามารถเซอร์ไพรซ์ตลาดได้มากเหมือนช่วงก่อนหน้าแล้วเนื่องจากจีนเริ่มโต้ตอบและทั้งสองประเทศใกล้เข้าสู่จุดที่กีดกันการค้ากันเต็มรูปแบบแล้ว คาดว่าเงินบาทและสกุลเงินเอเชียอาจจะไม่อ่อนค่าไปได้อีกมากส่วนระยะยาวต้องติดตามภาพรวมเศรษฐกิจเป็นหลัก ถ้าเศรษฐกิจจีนสามารถประคองตัวได้พร้อมกับเศรษฐกิจไทยที่ได้รับแรงหนุนจากการมีรัฐบาลใหม่น่าจะเป็นประเด็นหลักที่หนุนให้เงินสกุลเงินเอเชียกลับมาน่าสนใจ ซึ่งธนาคารคาดว่าสิ้นปีค่าเงินบาทจะแข็งไปที่ 31.25 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ และประเมินว่าธนาคารแห่งประเทศไทยจะคงดอกเบี้ยที่ระดับ1.75% เพื่อรอดูทิศทางของเศรษฐกิจไปก่อน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าค่าเงินบาทปิดตลาดสิ้นวันที่31.50-31.51 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ

