หน้าแรก เศรษฐกิจ “อสมท” เล็งหา...

“อสมท” เล็งหาช่องทางเพิ่มรายได้ หลังสูญค่าเช่ามักซ์ เกือบ 800 ลบ. เหตุ “สปริงส์นิวส์-วอยซ์ทีวี” คืนไลเซนส์

16.05.19 | 17:33 น.

นายเขมทัตต์ พลเดช กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) และในฐานะประธานชมรมผู้ให้บริการโครงข่ายโทรทัศน์ระบบดิจิทัล (ชคท.) เปิดเผยว่า ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล จำนวน 7 ราย ที่แจ้งความประสงค์ขอคืนใบอนุญาต ได้แก่ ช่อง 3 แฟมิลี่ (ช่อง 13), ช่องเอ็มคอตแฟมิลี่ (ช่อง 14), ช่องสปริงส์นิวส์ (ช่อง 19), ช่องไบรท์ทีวี (ช่อง 20), ช่องวอยซ์ ทีวี (ช่อง 21), ช่องสปริง (ช่อง 26) และช่อง 3เอสดี (ช่อง 28) เป็นผู้เช่าใช้โครงข่ายโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิทัล (มักซ์) กับ อสมท จำนวน 2 ราย ได้แก่ ช่องสปริงส์นิวส์ (ช่อง 19) และช่องวอยซ์ ทีวี (ช่อง 21) ส่งผลให้ อสมท สูญเสียรายได้ส่วนนี้ราว 7 ล้านบาทต่อเดือน (เดือนละกว่า 3 ล้านบาทต่อราย) ซึ่งหากคำนวณตามระยะเวลาใบอนุญาตที่เหลืออยู่ 9.5 ปี พบว่า อสมท สูญเสียรายได้ทั้งสิ้น 798 ล้านบาท

นายเขมทัตต์ กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างจัดทำแผนการตลาดเพื่อหารายได้เพิ่ม เพื่อชดเชยในส่วนที่สูญเสียไป แต่เนื่องจาก อสมท เป็นหน่วยงานในสังกัดรัฐวิสาหกิจ การดำเนินการในส่วนนี้จึงเป็นไปอย่างล่าช้ากว่าเอกชนรายอื่นๆ ที่ประกอบธุรกิจด้านมีเดีย ซึ่งขณะนี้เริ่มมีการขยับขยาย อาทิ หันไปประกอบธุรกิจอื่นควบคู่กัน เพื่อเป็นการกระจายความเสี่ยง ส่วนการพิจารณาปรับลดจำนวนบุคลากร เพื่อแบ่งเบาภาระต้นทุนนั้น อสมท ไม่สามารถที่จะดำเนินการลักษณะนั้นได้ เพราะขัดต่อพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) แรงงานสัมพันธ์ จึงเป็นเรื่องที่ต้องหาทางออกต่อไป

“กรณีนายสุภาพ คลี่ขจาย นายกสมาคมทีวีดิจิทัล เสนอแนวทางเยียวยาบุคลากรที่ถูกเลิกจ้าง หลังผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล 7 ราย ขอคืนใบอนุญาต อาทิ ก่อนจ่ายเงินชดเชยให้กับผู้ประกอบการที่คืนใบอนุญาต ควรมีการหักเงินส่วนหนึ่ง เพื่อเข้ากองทุนเยียวยาบุคลากรที่ได้รับผลกระทบนั้น ตามข้อเท็จจริงเป็นไปได้ยาก เพราะเป็นเรื่องที่ขัดต่อกฎหมาย ฉะนั้น จึงต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผู้ประกอบการแต่ละรายที่ต้องบริหารจัดการในเรื่องนี้ และเชื่อว่าทุกรายจะสามารถบริการจัดการเรื่องนี้ได้” นายเขมทัตต์ กล่าว

นายเขมทัตต์ กล่าวว่า หลังจากนี้ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลที่เหลืออยู่ 15 ช่อง ควรมีการวางแผนต่อว่า ในระยะเวลาใบอนุญาตที่เหลืออยู่ประมาณ 9.5 ปีนั้น จะดำเนินกิจการต่อไปอย่างไร เช่น 1.ไม่มีตัวช่วยพิเศษแบบมาตรา 44 แล้ว ลักษณะการผลิตคอนเทนต์จะเป็นไปอย่างไร 2.กำหนดตำแหน่งของช่องให้ชัดเจนว่า จะให้เป็นไปในทิศทางไหน 3.จะมีการบริหารจัดการต้นทุนอย่างไร ให้มีเหมาะสมกับรายได้ อีกทั้ง ติดตามกระแสของเทคโนโลยีใหม่ๆ อยู่ตลอด เพื่อให้พร้อมรับมือและปรับตัวให้ทันต่อสถานการณ์

“การถูกดิสรัปชั่นจากหลายส่วน ปัจจัยสำคัญของทีวีดิจิทัล คือ บุคลากร ที่ต้องปรับเปลี่ยนวิสัยทัศน์ หรือโลกทัศน์ใหม่ ให้ทันและสอดรับกับทุกต่อสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต แต่ปัจจุบันบุคลากรเกินครึ่งยังมีความคิด (เมนแทลลิตี้) ที่แคบมาก” นายเขมทัตต์ กล่าว

Advertisement

นายเขมทัตต์ กล่าวว่า ส่วนกรณีการเรียกคืนคลื่นความถี่ย่าน 2600 เมกะเฮิรตซ์ ที่ อสมท ถือครองอยู่จำนวน 154 เมกะเฮิรตซ์นั้น ทาง อสมท พร้อมคืนทั้งหมด เพื่อให้เป็นไปตามประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการเรียกคืนคลื่นความถี่ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ หรือใช้ประโยชน์ไม่คุ้มค่า หรือนำมาใช้ประโยชน์ให้คุ้มค่ายิ่งขึ้น ซึ่งคณะทำงานเรียกคืนคลื่นความถี่ฯ จะเป็นผู้พิจารณาเงินชดเชยให้กับ อสมท ต่อไป

“วันนี้ (วันที่ 16 พฤษภาคม 2562) ชมรมผู้ให้บริการโครงข่ายโทรทัศน์ระบบดิจิทัล ที่ประกอบด้วย สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก,กรมประชาสัมพันธ์, องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย และบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) จะมีการหารือกัน เพื่อเสนอแนวทางการดำเนินการแก้ปัญหาที่มีผลกระทบต่อผู้ให้บริการโครงข่าย จากกรณีผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลจำนวน 7 ช่อง แจ้งความประสงค์ขอคืนใบอนุญาต เช่น การแก้ปัญหาและเยียวยาจำนวนช่องรายการที่ว่างอยู่ในโครงข่าย ซึ่งเกิดขึ้นตามแผนแม่บทและข้อบังคับของ กสทช. เพื่อเสนอ กสทช. ต่อไป” นายเขมทัตต์ กล่าว

เกาะกระแสเศรษฐกิจ กับ Line@มติชนเศรษฐกิจใกล้ตัว

เพิ่มเพื่อน