หน้าแรก เศรษฐกิจ สำรวจเอกชน!!อ...

สำรวจเอกชน!!อยากเห็นรัฐมนตรีและทีมเศรษฐกิจ”ที่รู้งานและแตกฉาน”

16.05.19 | 14:49 น.
วิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธาน สรท. และนายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูป

นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) เปิดเผยว่า ในส่วนของเอกชน คาดหวังว่ารัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาบริหารประเทศต่อไป อันดับแรกต้องดูแลระบบเศรษฐกิจอย่างเร่งด่วน เพราะขณะนี้เจอปัจจัยลบจากต่างประเทศและในประเทศ ทั้งสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน (เทรดวอร์) ทำให้การส่งออกและการท่องเที่ยวของไทยถูกผลกระทบเกี่ยวข้องไปด้วย ซึ่งที่สุดจะส่งผลกระทบกับอุตสาหกรรมและสินค้าหลายอย่างในต่างประเทศ รวมทั้งไทยด้วย ทำให้ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนี้ต้องรีบบริหารจัดการให้ได้

นายวิศิษฐ์ กล่าวว่า ในส่วนทีมบริหารเศรษฐกิจ คาดหวังและต้องการทีมที่มีความเชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจเป็นพิเศษ เป็นเรื่องที่สำคัญมากในการที่จะสามารถมองทะลุและเห็นภาพของทั้งเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจในประเทศ เพื่อจะได้เห็นว่าหากสถานการณ์โลกเป็นแบบนี้ควรจะเดินหน้าตกลงกับโลกอย่างไร และหากเศรษฐกิจในประเทศเป็นแบบนี้ ควรเดินหน้าจัดการอย่างไร เพราะหากจะต้องตกลงการค้ากับต่างประเทศ และต้องเจรจากการค้าเพื่อทำตามความต้องการของแต่ละประเทศ คงไม่สามารถที่จะตอบสนองความต้องการของทุกประเทศได้ ทำให้ต้องมาดูว่าความสามารถในการแข่งขันของไทยเป็นอย่างไร สินค้าชนิดใดไปได้ดี หรือยังมีสิ่งใดที่ต้องเพิ่มเติม และอันไหนจะดีที่สุดสำหรับประเทศไทยจริงๆ

นายวิศิษฐ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ต้องเร่งเดินหน้าหลายเรื่อง อาทิ การเจรจาการค้ากับต่างประเทศ ในกรอบข้อตกลงใหม่ๆ เพราะว่าการค้าในปัจจุบันหนึ่งในขีดความสามารถทางการค้า ที่จะทำให้ภาคการส่งออกไปได้ดีคือ เรื่องสิทธิประโยชน์ทางภาษี ข้อตกลงทางการค้าต่างๆ ที่ในแต่ละประเทศเริ่มมีไม่เหมือนกันในตอนนี้ ซึ่งหากประเทศใดมีมากกว่าก็จะถือว่ามีความได้เปรียบมากกว่าประเทศอื่นๆ รวมถึงการเดินหน้ารักษาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศให้แนบแน่นและมั่นคงมากขึ้น เพราะในช่วงเวลาของการค้าที่มีการกีดกันทางการค้าเพิ่มขึ้น จากเรื่องภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ทำให้ประเทศไทยต้องเตรียมความพร้อมการเจรจาการค้าในระยะสั้นร่วมกับประเทศต่างๆ เพื่อที่หากเกิดอะไรขึ้นจะได้เดินหน้าเจรจาและตกลงกันได้ทันที

“รัฐมนตรีคนใหม่ที่จะเข้ามาบริหารกระทรวงพาณิชย์ จะเป็นใครก็ได้ ขอแค่มีความรู้ความเข้าใจเรื่องเศรษฐกิจ หรือเรียกว่ามีความเชี่ยวชาญเลยก็จะดีมาก รวมถึงต้องมีภาพลักษณ์ที่ดีกับการค้าระหว่างประเทศ ที่สามารถสานความสัมพันธ์กับแต่ละประเทศได้ แต่ความซื่อสัตย์และทำงานด้วยความโปร่งใสอันนี้จะต้องมีอยู่แล้ว ถ้าไม่มียุคนี้ก็คงจะตกม้าตายตั้งแต่แรก เพราะการที่จะนำทั้งรัฐและเอกชนไปเจรจาการค้าร่วมกับประเทศต่างๆ ทั่วโลกนั้น ความเป็นผู้นำและความเข้าใจด้านเศรษฐกิจที่ดีจะทำให้มองภาพได้ทะลุและชัดเจนมากขึ้น ความจริงแล้วก็ไม่ได้มีความกังวลมากนัก เพราะไม่ว่าใครจะเข้ามาเป็นรัฐมนตรีประจำกระทรวงฯต่อไป ก็เชื่อว่าจะต้องคัดคนที่มีฝีมือเข้ามาช่วยบริหารงานแน่นอน เพราะต่อจากนี้ 6 เดือนข้างหน้าตัวเลขเศรษฐกิจจะเป็นตัวบอกถึงความสามารถในการบริหารงานของรัฐมนตรีคนใหม่เองว่า มีความสามารถในการทำงานอย่างแท้จริงและเหมาะสมจริงหรือไม่”นายวิศิษฐ์กล่าว

Advertisement

นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย ให้ความเห็นต่อบุคคลที่จะเข้ามาเป็นรัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเศรษฐกิจต่างๆว่า จากที่ได้พูดคุยระหว่างเอกชนด้วยกัน มีมุมมองเหมือนกันคือ ไม่เน้นว่าเป็นใคร ชื่อใด พรรคไหน แต่อยากเห็นรัฐมนตรีที่เข้าใจต่อสถานการณ์ต่างๆในงานที่ต้องดูแล รวดเร็วในการแก้สถานการณ์ และสานต่อนโยบายที่ได้หารือไว้กับภาคเอกชนก่อนหน้านี้ ไม่ใช่เข้ามาแล้วปรับเปลี่ยนทันที หากให้คนที่เข้ามาแสดงความชัดเจนต่อแนวทางการทำงานและนโยบายต่างๆ

“ อยากให้เป็นคนที่รู้เรื่องกระทรวงพาณิชย์ดีพอ คนที่มาไม่แค่เลือกจากการจัดสรรตำแหน่งให้ครบพรรคการเมือง ควรดูคนที่เหมาะกับงานด้วย และควรเป็นคนที่ทำงานร่วมกันเป็นทีมเศรษฐกิจ ตอนนี้เรามีปัญหาที่ต้องแก้ไข ทั้งการส่งออกที่จะได้รับผลกระทบจากสงครามการค้า ค่าเงินผันผวน กำลังซื้อในประเทศต้องกระตุ้น “
นายชูเกียรติ กล่าวว่า เอกชนอยากให้มีการจัดตั้งรัฐบาลและแต่งตั้งรัฐมนตรีแต่ละกระทรวงโดยเร็ว เพื่อสานต่อนโยบายและเร่งแก้ปัญหาต่างๆ ซึ่งขณะนี้บรรยากาศการทำงานของรัฐและเอกชนค่อนข้างนิ่ง เพราะไม่รู้ว่ารัฐมนตรีมานั่งกระทรวงตนนั้นจะเป็นใครหรือปรับเปลี่ยนอะไรบ้าง ตอนนี้มีข่าวลือและชื่อต่างๆเข้ายิ่งนานอาจทำให้เกิดการชะลอดูท่าทีรัฐบาลใหม่ นานไปจะไม่ดีต่อระบบเศรษฐกิจ

แหล่งข่าวจากหอการค้านานาชาติ กล่าวในเรื่องตัวบุคคลที่จะนั่งเก้าอี้รัฐมนตรีทางเศรษฐกิจโดยเฉพาะกระทรวงพาณิชย์ ว่า กระทรวงพาณิชย์เป็นกระทรวงสำคัญ บุคคลที่ต้องมาทำหน้าที่ ควรเป็นที่รู้จักและยอมรับในภาคธุรกิจในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะปีนี้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพอาเซียน ซึ่งรัฐมนตรีพาณิชย์มีบทบาทสำคัญที่จะใช้โอกาสนี้ในการสร้างความเชื่อมั่นในสายตาต่างชาติ และกำหนดทิศทางที่ชัดเจนต่อการเดินหน้าการค้าระหว่างประเทศ และการเจรจาต่างๆ ซึ่งตอนนี้หลายกลุ่มประเทศ แสดงความสนใจให้ไทยเปิดเจรจาการค้า เช่น ไทย-อียู ไทย-แอฟริกา เป็นต้น